ทันทีที่เขาเห็นภาพนั้น สีหน้าของฟู่จิ่งหลีเปลี่ยนไปอย่างมาก
เขามองดูนางด้วยความตกใจ “เหตุใดท่านจึงมีภาพเหมือนของนาง?”
“ท่านได้ภาพนี้มาได้อย่างไร?”
ลั่วชิงยวนรีบถามว่า “เช่นนั้นท่านรู้จักนางหรือไม่?”
ฟู่จิ่งหลีขมวดคิ้ว ความคิดของเขาย้อนกลับไปเมื่อนานมาแล้ว จากนั้นเขาจึงพูดขึ้นด้วยเสียงหนักแน่นว่า “เจินหลัน นางเป็นนางรับใช้ข้างกายของท่านแม่ข้า”
“ในช่วงที่เกิดกลียุค พระตำหนักของท่านแม่ก็ถูกฟ้าผ่า เป็นนางที่ช่วยข้าไว้จนตัวตาย จากนั้นร่างของนางก็ถูกฝังไปกับทะเลเพลิง”
ฟู่จิ่งหลีกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวด
แม้ว่าตอนนั้นเขาจะยังเด็กอยู่ แต่ความทรงจำเหล่านี้ยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจของเขาอย่างไม่มีวันเลือนหาย
ลั่วชิงยวนตกใจมาก
ตัวตนของเจินหลันไม่ใช่เรื่องเท็จ! นางเป็นนางรับใช้ข้างกายมารดาขององค์ชายเจ็ดจริง ๆ
เช่นนั้นสิ่งที่นางพูดทั้งหมดก็อาจเป็นความจริง
เช่นนั้นหลิวไท่เฟย...
“ท่านได้ภาพนี้มาได้เช่นไร นางตายไปหลายปีแล้ว เหตุใดภาพของนางจึงมาอยู่ในมือท่าน?”
“ไม่สิ หมึกบนภาพวาดนี้ยังไม่แห้งเลย…”
ทันใดนั้น ฟู่จิ่งหลีก็ตระหนักได้ถึงประเด็นสำคัญบางอย่างทันที
ลั่วชิงยวนกำลังครุ่นคิดว่าจะอธิบายสิ่งนี้กับเขาเช่นไร
จู่ ๆ ฟู่เฉินหวน ก็เดินเข้ามาแล้วพูดว่า “ข้าเห็นภาพเหมือนนั้นที่พระตำหนักของหลิวไท่เฟย”
“ข้าเดาว่านางกำลังไว้ทุกข์ให้กับแม่ของเจ้า เช่นนั้นนางจึงวาดภาพเหมือนผู้คนที่อยู่รอบกายแม่ของเจ้าด้วย”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ฟู่จิ่งหลีจึงไม่เอ่ยถามสิ่งอื่นใดอีกเลย เขาเพียงพยักหน้าอย่างเศร้า ๆ “เข้าใจแล้ว”
“ในใต้หล้าแห่งนี้มีเพียงหลิวไท่เฟยเท่านั้นที่ยังจำพวกเขาได้”
ฟู่เฉินหวนเปลี่ยนเรื่องทันทีแล้วพูดว่า “เจ้าพูดมิใช่หรือว่าตอนบ่ายจะไปที่หอฝูเสวี่ย?”
“โอ้ ใช่แล้ว ช่วงนี้มีนางรำหน้าใหม่มาที่หอฝูเสวี่ย ท่านทั้งสองจะไม่ไปร่วมดูความสนุกกับข้างั้นหรือ?” ฟู่จิ่งหลีเอ่ยถาม
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ คิ้วของฟู่เฉินหวนก็กระตุก
‘ฟ้าผ่างั้นหรือ?’
“มีคนรู้ล่วงหน้าเรื่องที่จะเกิดฟ้าผ่าหรือ? แล้วมีใครหลีกเลี่ยงภัยพิบัตินั้นได้บ้างหรือไม่?” ฟู่เฉินหวนกำมือแน่นด้วยความกังวลใจ
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “อาจจะเป็นเช่นนั้น”
ฟู่เฉินหวนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นในใจเขาจึงรีบพูดว่า "เจ้าลองถามนางอีกครั้งดูสิ ผู้ใดคือคนที่บอกนางว่ามีบางอย่างผิดปกติกับรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ผู้ใดคือคนที่มาจากตำหนักนั้น”
ซึ่งหมายความว่าผู้ที่รู้ความจริงเกี่ยวกับกลียุคอาจยังมีชีวิตอยู่ในใต้หล้านี้
สิ่งนี้ทำให้เขาเข้าใกล้ความจริงมากที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เขาคิดไม่ถึงว่าผู้ที่ค้นพบสิ่งนี้จะเป็นลั่วชิงยวน!
เขาสืบสวนเรื่องนี้มาตลอดหลายปี แต่เขาไม่สามารถเจาะลึกถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เขาจึงทำได้เพียงคาดเดาศัตรูโดยเข้าไปในวังหลังเพื่อสอบสวนเท่านั้น
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วและพูดว่า “นางไม่อาจบอกคำตอบให้หม่อมฉันได้เว้นแต่ว่าหม่อมฉันจะช่วยนางฆ่าหลิวไท่เฟย”
“ในตอนที่หม่อมฉันจะออกจากตำหนัก หลิวไท่เฟยก็เข้ามาหาแล้วพูดกับหม่อมฉันว่าหากมีอะไรจะถามนาง ให้หม่อมฉันเข้าไปหานางเพียงลำพัง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...