ลั่วชิงยวนสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อนางหันกลับมาก็พบว่าเป็นหลิวไท่เฟยที่กำลังยิ้มอยู่
ลั่วชิงยวนพยักหน้าเล็กน้อย
หลิวไท่เฟยชวนนางไปที่พระตำหนัก “เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ”
ลั่วชิงยวนมองไปที่สวนหลังพระตำหนักอันเงียบสงบ นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพยักหน้า “เพคะ”
ขณะที่นางเดินเข้าไปในพระตำหนัก กลิ่นเลือดก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
มีรอยเลือดฝังรากลึกอยู่บนพื้นซึ่งเดิมเป็นกองซากปลาที่ถูกผ่าครั้งที่แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตอนนั้นทำความสะอาดเลือดไม่ทั่วถึงหรือไม่
ในขณะที่เดินผ่านไปนางก็ยังคงได้กลิ่นคาวเลือด
นางให้ความสนใจกับท่าทางของหลิวไท่เฟยเป็นพิเศษ แต่กลับไม่มีความผิดปกติใด ๆ ขณะที่นางเดินผ่าน นางไม่รู้ว่าถานสี่อธิบายให้อีกฝ่ายฟังเรื่องที่ปลาเหล่านั้นหายไปแล้วเช่นไร
เมื่อเข้ามาในห้อง ความมืดทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เมื่อมองไปรอบ ๆ นางก็พบว่าหน้าต่างทุกบานถูกปิดไว้ทั้งหมด
“หลิวไท่เฟยเพคะ เหตุใดจึงต้องปิดหน้าต่าง?” ลั่วชิงยวนถามด้วยความสับสน
หลิวไท่เฟยยิ้มและพูดว่า “บอกตามตรง ห้องนี้เป็นห้องที่ข้าขังตัวเองไว้ยามที่ข้าเสียสติ”
ขณะที่หลิวไท่เฟยพูด นางก็ดึงกล่องออกมาจากใต้เตียงซึ่งมีแถบผ้าเปื้อนเลือดเต็มไปหมด
กลิ่นเลือดคละคลุ้งรุนแรง
ลั่วชิงยวนรู้สึกประหลาดใจ
เมื่อหลิวไทยเฟยเห็นความสับสนบนใบหน้าของอีกฝ่าย นางจึงยกแขนเสื้อขึ้นอีกครั้งและแสดงรอยแผลเป็นบนแขนของนาง ก่อนที่นางจะยิ้มจาง ๆ แล้วพูดว่า “ข้าไม่เพียงแต่จะทำร้ายปลาเท่านั้น แต่ยังทำร้ายตัวข้าเองด้วย”
ลั่วชิงยวนตกใจมากเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ปลาเหล่านั้นถูกหลิวไท่เฟยฆ่าจริง ๆ...
หลิวไท่เฟยค่อย ๆ นั่งลงและยิ้มอย่างขมขื่น “ข้ารู้ว่าวันนี้เจ้าต้องการถามสิ่งใด?”
นางมองไปที่ลั่วชิงยวนอย่างจริงจัง ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า “กลียุคในวังเกี่ยวข้องกับข้าอย่างมาก”
“หากมิใช่เพราะข้า เสียนเฟยคงมิตาย”
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้าฝันถึงนาง ฝันถึงผู้คนที่ตายลงจากเหตุกลียุคในวัง พวกเขาเหล่านั้นตะโกนเรียกร้องให้ข้าชดใช้ความผิดด้วยชีวิตของข้า”
นั่นเป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่
ฟู่จิ่งหลีและนางเป็นส่วนหนึ่งในแผนของฟู่เฉินหวนมานานแล้วงั้นหรือ?
หากจะพูดว่านี่เป็นการสอบสวนเรื่องกลียุคในวังจึงต้องเข้าหาหลิวไท่เฟยเพื่อค้นหาความจริง ก็ใช่ว่าจะเป็นไปมิได้
มิจำเป็นต้องพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างฟู่จิ่งหลีและหลิวไท่เฟยอีกต่อไป
ทว่า นางเข้าวังเพราะหลิวไท่เฟยเรียกพบนาง มิฉะนั้นแล้ว ปฏิสัมพันธ์ระหว่างนางและหลิวไท่เฟยก็จะไม่เคยเกิดขึ้นเลย
เป็นไปไม่ได้ที่ฟู่เฉินหวนจะคาดการณ์ทั้งหมดนี้ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และวางแผนล่วงหน้าไว้
หลังจากที่นางเข้าใจทุกอย่างแล้ว ใจของนางก็ไม่หวั่นไหวอีกต่อไป
ลั่วชิงยวนมองหลิวไท่เฟยด้วยสายตาแน่วแน่ จากนั้นจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป “แล้วอย่างไร? พระนางเป็นผู้ที่ฆ่าเสียนเฟยจริง ๆ งั้นหรือเพคะ?”
ทันใดนั้นหลิวไท่เฟยก็ตกใจ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกลัวและความตื่นตระหนก “เจ้ามิเชื่อข้ารึ? เจ้าต้องการช่วยฟู่เฉินหวนใช่หรือไม่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...