ผมของลั่วชิงยวนตั้งตระหง่านขณะที่นางมองไปที่หลิวไท่เฟยด้วยความตกใจ “ท่านเป็นบ้าไปแล้วหรือ?!”
“ใช่ ข้าบ้าไปแล้ว” หลิวไท่เฟยหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมีดที่เปื้อนเลือด
“พวกนางอยู่กับข้ามาหลายปีแล้ว และเป็นคนที่ข้าไว้วางใจมากที่สุด” นางเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“แล้วท่านก็ฆ่าพวกนางเช่นนั้นหรือ?”
หลิวไท่เฟยยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า “แม้พวกนางจะยังไม่ตายในตอนนี้ แต่สุดท้ายอย่างไรเสียพวกนางก็ต้องตายอยู่ดี หากพวกนางรับใช้ข้า ไม่ช้าก็เร็วพวกนางจะต้องตาย แทนที่จะปล่อยให้พวกนางตายด้วยน้ำมือผู้อื่น ไม่สู้ให้ข้าเป็นผู้ลงมือเองจะดีกว่า ถือเสียว่าส่งพวกนางไปพร้อมเจ้าด้วย”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วแน่น
หลิวไท่เฟยเดินเข้ามาหานางช้า ๆ พร้อมกับมองนางด้วยสายตาอันเย็นชา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า “หากมิใช่เพราะเจ้า พวกนางคงมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสองสามปีหรืออาจจะมากกว่าสิบปี”
“เกี่ยวอันใดกับหม่อมฉัน?” ลั่วชิงยวนต้องการถามสิ่งที่มีประโยชน์มากที่สุด
“เพราะเจ้าทำให้ใครบางคนขุ่นเคือง พวกเขาต้องการฆ่าเจ้า เช่นนั้นพวกเขาจึงนึกถึงมีดเล่มนี้ในมือข้า” หลิวไท่เฟยพูดพร้อมมองมีดในมือของนางแล้วยิ้มเยาะ
ลั่วชิงยวนตกตะลึงเล็กน้อย
คนผู้นั้นคือไทเฮา!
ตอนนี้มีเพียงไทเฮาท่านั้นที่ต้องการฆ่านางมากที่สุด!
หลิวไท่เฟยอ้างว่านางเป็นมีด นั่นหมายความว่า ในช่วงกลียุคในวังหลิวไท่เฟยก็เป็นมีดเล่มนั้นด้วยใช่หรือไม่?
กลียุคในวังก็เกิดจากไทเฮาเช่นกัน!
“เช่นนั้นท่านก็ทำตามคำสั่งของใครบางคนระหว่างเหตุการณ์กลียุคในวังด้วยเช่นนั้นหรือ?” ลั่วชิงยวนถาม
ทันใดนั้น หลิวไท่เฟยก็มองนางด้วยสายตาเย็นชาและพูดว่า “เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว เจ้ายังต้องการหลอกข้าอยู่หรือไม่? เจ้ายังคิดว่าตัวเองสามารถออกจากที่นี่ทั้งที่มีลมหายใจได้อีกงั้นรึ?”
“ห้องนี้เป็นห้องที่ข้าใช้ขังตัวเองในยามเสียสติ ข้ากลัวว่าจะทำร้ายคนรอบข้าง และยิ่งกลัวว่าข้าจะทำร้ายองค์ชายเจ็ด ข้าใช้เวลาหลายปีในการสร้างกลไกที่นี่ อย่างไรเสียเจ้าก็หนีไม่พ้น”
“ตอนนี้พวกนางถูกฆ่าด้วยมือของข้าทั้งหมดแล้ว กลไกนี้ข้าจึงเตรียมไว้สำหรับเจ้า”
หลิวไท่เฟยยกมีดในมือของนางแล้วเล็งไปที่หัวใจของลั่วชิงยวน
นางยิ้มอย่างน่าขนลุกและพูดว่า “ข้ามีประสบการณ์อย่างมากในการฆ่าคน มิต้องกังวล ข้าจะฆ่าเจ้าด้วยมีดเล่มนี้ในครั้งเดียว เจ้าจะได้มิต้องทนทุกข์ทรมาน”
เมื่อหลิวไท่เฟยยืนหยัดอย่างมั่นคง นางก็ตกตะลึงเมื่อเห็นฟู่จิ่งหลี ดวงตาของนางทั้งตื่นตระหนก ประหม่า หวาดกลัว และตั้งตัวไม่ทัน
“เจ้า… เหตุใดเจ้าถึง…?” หลิวไท่เฟยเริ่มตะกุกตะกักอย่างประหม่า
ฟู่จิ่งหลีขมวดคิ้วและพูดว่า “ไท่เฟย ท่านทำอะไรลงไป ท่านรีบปล่อยนางเดี๋ยวนี้!”
เมื่อพูดเช่นนั้น ฟู่จิ่งหลีก็ก้าวไปข้างหน้าพยายามปลดโซ่เหล็กที่อยู่บนข้อมือของลั่วชิงยวน
แต่นี่เป็นกลไกที่ไม่อาจปลดออกด้วยมือเปล่าได้
หลิวไท่เฟยสงบลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางจ้องมองไปที่ลั่วชิงยวนด้วยความเกลียดชัง "นางสารเลว! เหตุใดเจ้าจึงบอกให้เขามาที่นี่?!"
“เหตุใดต้องเป็นเจ้าที่ยุ่งเกี่ยวกับเขา?!”
ฟู่จิ่งหลีมองไปที่หลิวไท่เฟยด้วยความไม่เชื่อและตะโกนด้วยความโกรธ “ไท่เฟย! ท่านกำลังพูดถึงอะไร
! ปล่อยนางไปเดี๋ยวนี้!”
“หากพี่สามรู้ว่าท่านทำเช่นนี้ เขามิปล่อยท่านไปแน่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...