คำพูดนี้หมายถึงนางกับฟู่เฉินหวนหรือไม่?
ใช่แล้ว ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะลงเรือลำเดียวกันแล้ว
“เช่นนั้น ยินดีต้อนรับท่านเข้าร่วม” ลั่วชิงยวนยกยิ้ม
ฟู่จิ่งหลีหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “หลังจากที่ท่านกลับไปแล้ว ท่านต้องบอกข้าทุกอย่าง”
“ไม่มีปัญหา”
ทั้งสองออกจากวังและกลับไปยังตำหนักอ๋อง
หลังจากที่ลั่วชิงยวนทายาและพันผ้าพันแผลให้ตัวเองแล้ว นางก็บอกฟู่จิ่งหลีทุกอย่างเกี่ยวกับหลิวไท่เฟยรวมทั้งเบาะแสที่ได้รับจากเจินหลัน
ในความเป็นจริง สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ แต่ฟู่จิ่งหลีต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม เช่นนั้นลั่วชิงยวนจึงค่อย ๆ อธิบายให้เขาฟัง
ทว่า ช่วงเวลาอันเงียบสงบนั้นช่างสั้นนัก
มีคนมาถึงตำหนักแล้ว
แม่นมเติ้งรีบเข้ามาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงประหม่าว่า “พระชายา นางกำนัลจิ่นชูจากพระตำหนักโช่วสี่มาที่นี่เจ้าค่ะ คราวนี้นางมาพร้อมกับราชองครักษ์!”
“นางมาถึงแล้ว” ดวงตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชา
นางยืนขึ้นและมุ่งหน้าไปที่ลานตำหนักโดยมีจือเฉาคอยประคองอยู่ด้านข้าง
จิ่นชูยืนอยู่ที่ประตูทางเข้า ตามมาด้วยกลุ่มราชองครักษ์ซึ่งดูองอาจและไม่เป็นมิตร
“พระชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการ มีเหตุไฟไหม้ในวังหลวงและหลิวไท่เฟยก็ถูกฝังอยู่ในกองไฟขนาดใหญ่นั้นด้วย หลังจากการสอบสวนพบว่าท่านอยู่ในพระตำหนักของหลิวไท่เฟยในตอนที่เกิดเหตุ โปรดเข้าวังไปกับข้าและยอมรับการสอบสวนด้วยเจ้าค่ะ”
วันนี้น้ำเสียงของจิ่นชูก็เย็นชา นางดูแตกต่างไปจากครั้งก่อนที่นางมาตำหนักอ๋องอย่างสิ้นเชิง
“ข้าเพิ่งกลับมาจากวังหลวง วันนี้หลิวไท่เฟยเชิญข้าเข้าไปในพระตำหนัก ข้าได้กลิ่นเลือดอยู่ในห้องจึงอยากจะออกไป ทว่าหลิวไท่เฟยกลับดึงข้าแล้วจุดไฟเผาข้า นางอยากจะฆ่าข้าให้ตายไปด้วย ข้าหนีรอดมาได้”
“เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่ง่ายเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ สายตาของจิ่นชูก็เฉียบคม นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรว่า “ท่านหมายความว่าหลิวไท่เฟยต้องการฆ่าท่านงั้นหรือ?”
ลั่วชิงยวนพูดอย่างใจเย็น “ข้ามิได้พูดเช่นนั้น ข้ามิรู้ว่าเหตุใดหลิวไท่เฟยจึงอยากลากข้าให้ตายไปกับนางด้วย"
จิ่นชูถามอีกครั้งว่า “ท่านมีความแค้นกับหลิวไท่เฟยหรือไม่?”
“ไม่มี”
“แล้วเหตุใดนางถึงอยากฆ่าท่านเล่า?”
“จับตัวนาง!”
ราชองครักษ์ก้าวไปข้างหน้าทันทีโดยตั้งใจที่จะจับให้ลั่วชิงยวน
ในขณะนี้ ฟู่จิ่งหลีก็รีบวิ่งเข้ามาขวางด้านหน้าลั่วชิงยวน
"ตราบใดที่ข้ายังอยู่ที่นี่ มาดูกันว่าใครจะกล้าพานางไป!"
จิ่นชูตกใจอย่างมากพร้อมกับพูดว่า “องค์ชายเจ็ด ผู้ที่สิ้นพระชนม์ในวันนี้คือหลิวไท่เฟย ท่านเพิกเฉยต่อบุญคุณของพระนางเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ?”
ฟู่จิ่งหลีพูดอย่างเย็นชา “เพราะหลิวไท่เฟยสิ้นพระชนม์ ข้าจึงไม่ปล่อยให้เจ้าพาลั่วชิงยวนออกไป ข้าอยากจะถามอะไรบางอย่างกับนาง”
ท่าทางของจิ่นชูนั้นแน่วแน่อย่างมาก “มิได้เพคะ นี่คือผู้ที่ไทเฮาต้องการ หลังจากที่ไทเฮาตรัสถามนางเสร็จแล้ว หม่อมฉันก็จะมอบนางให้กับองค์ชายเจ็ดได้เพคะ”
หลังจากพูดจบ นางก็ส่งสัญญาณให้ราชองครักษ์พาลั่วชิงยวนออกไปทันที
ทันใดนั้น
ขวับ!
ดาบยาวถูกดึงออกมาจากฝัก และใบมีดอันแหลมคมก็ชี้ไปที่จิ่นชู

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...