ลั่วชิงยวนบังคับรถไปข้างหน้า หยุดที่ประตูโรงเตี๊ยมแล้วเดินเข้าไปข้างใน
ภายในโรงเตี๊ยม พวกเขากำลังทำความสะอาดโต๊ะและเก้าอี้ ส่วนเจ้าของโรงเตี๊ยมก็กำลังคำนวณรายได้อยู่หลังโต๊ะจ่ายเงิน ท่ามกลางเสียงดังกังวานของลูกคิด
“นายท่านต้องการมาแวะพักกินอาหารหรือจะนอนพักในโรงเตี๊ยม?” เจ้าของร้านไม่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ
ลั่วชิงยวนมองไปรอบ ๆ โรงเตี๊ยมและอดมิได้ที่จะถาม “ไม่นึกว่าจะมีโรงเตี๊ยมในสถานที่ห่างไกลเช่นนี้ด้วย”
สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังหยิน(1)
ไม่มีอะไรดูถูกที่ถูกทางเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเจ้าของร้านได้ยินเช่นนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นและมองนางด้วยแววตาประหลาดใจ
ก่อนกล่าวว่า “แม่นางกำลังไปผิดทาง”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “ผิดทางหรือ เช่นนั้นท่านรู้หรือว่าข้ากำลังจะไปที่ใด?”
เจ้าของร้านยิ้มและพูดว่า "ไม่ว่าแม่นางจะไปที่ใด ก็ผิดทั้งนั้น ผู้คนในใต้หล้านี้ล้วนมิอาจใช้ถนนสู่อเวจีได้"
“ย้อนกลับไปสองลี้ เลี้ยวขวา แล้วเจ้าจะออกไปจากที่นี่ได้”
ลั่วชิงยวนสะดุ้งเล็กน้อยและเลิกคิ้ว “ถนนสู่อเวจี?"
ลมยามค่ำคืนพัดผ่านโรงเตี๊ยม ทำให้เกิดความหนาวเย็นเล็กน้อย รอยยิ้มมีนัยของเจ้าของร้านทำให้สั่นสะท้านไปถึงสันหลัง
ไม่ว่านี่คือถนนสู่อเวจีหรือไม่ แต่สถานที่แห่งนี้นับว่าชั่วร้ายมาก
ลั่วชิงยวนแค่อยากรีบไปยังซีหยาง ดังนั้นนางจึงพูดโดยมิลังเล “ขอบคุณที่แจ้งให้ข้ารู้!”
นางหันหลังกลับและออกจากโรงเตี๊ยม ขึ้นรถม้าแล้วมุ่งหน้ากลับ
ถนนข้างหน้าตกอยู่ในความมืดอีกครั้ง มีเพียงแสงจันทร์จาง ๆ ส่องผ่าน
ตามที่เจ้าของร้านบอก นางย้อนกลับไปราวสองลี้และเห็นทางแยกอยู่บนถนน จึงเดินไปอีกทางหนึ่ง
แม้มันจะถูกปกคลุมไปด้วยป่าทึบ แต่ทิวทัศน์ก็ชัดเจน
ดูเหมือนนางจะกลับเข้าเส้นทางแล้ว
แต่ในขณะนี้ นางได้ยินเสียงรถม้าดังมาจากด้านหลัง
นางมองย้อนกลับไป จึงทันได้เห็นรถม้ามุ่งเข้าสู่ถนนที่นางเพิ่งออกมา
นางต้องการหยุดรถม้าคันนั้น แต่รถม้าวิ่งเร็วเกินไปและหายไปในทันที
มีคนเข้าไปโดยมิได้ตั้งใจอีกแล้ว
ลั่วชิงยวนมิได้สนใจมากนัก บางทีคนที่เข้ามาโดยมิได้ตั้งใจนั่นอีกเดี๋ยวก็คงจะออกมาได้เหมือนนาง
นางผลักประตูโรงเตี๊ยมเข้าไป
ไม่มีใครอยู่ในโถงต้อนรับ
ความเงียบทำให้ดูน่าขนลุกเล็กน้อย
นางเหลือบมองลูกคิดบนเคาน์เตอร์ มันยังคำนวณไม่เสร็จ คนคนนี้น่าจะจากไปไม่นาน
ท่ามกลางความเงียบงัน ก็มีเสียงหนึ่งปรากฏขึ้น
นางเดินไปที่ห้องโถงด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ผ่านโรงครัวมาก็ถึงสวนด้านหลัง
แต่ทันใดนั้นนางก็เห็นร่างร่างหนึ่งถูกแขวนคออยู่ในห้อง
คนผู้นั้นกำลังดิ้นรน
สีหน้าของลั่วชิงยวนเปลี่ยนไป นางรีบเข้าไปเตะประตูให้เปิดออกทันที
ลั่วชิงยวนตกใจเมื่อเห็นร่างที่แขวนอยู่
พลังหยิน เป็นตัวแทนของความมืด ความเย็น ความสงบ การหยุดนิ่ง ในที่นี้อาจสื่อถึงความเยือกเย็น ไม่มีชีวิตชีวาอย่างที่โรงเตี๊ยมทั่วไปควรมี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...