โชคดีที่เมื่อคืนเขาตื่นขึ้นมาโดยบังเอิญ และเห็นว่าห้องที่มีเพียงเฉินซวนอี๋เข้าไปได้เท่านั้นถูกเปิดออก ทั้งร่างกายของเขายังอ่อนแรง เขาก็ตระหนักได้ว่าเขาถูกลั่วชิงยวนวางยา เขารู้ว่าลั่วชิงยวนนั้นมิใช่เพียงสตรีธรรมดาอย่างที่ตาเห็น
เขาจึงคิดอยู่นานและในที่สุดก็เปลี่ยนแผน
เมื่อลั่วชิงยวนเข้าไปในห้องลับได้ แปลว่าต้องได้หลักฐานมาแล้ว สมาคมการค้าเฟิงตูต้องพินาศลง วิธีเดียวที่เขาคิดได้คือปกป้องตัวเองเท่านั้น
นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเสี่ยงที่จะวางยาลั่วชิงยวน หวังจะบังคับให้อีกฝ่ายร่วมมือกับเขา
แต่สิ่งที่เขามิคาดคิดก็คือ เขาทำอะไรลั่วชิงยวนมิได้เลย
ทั้งสองทานอาหารมื้อนั้นร่วมกันเสร็จ พูดคุยพลางหัวเราะแล้วออกจากโรงเตี๊ยม
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองยังคงเป็นเช่นปกติ และเนื่องจากทั้งสองสมคบคิดกันเรื่องอื่น เพื่อมิให้คนอื่นในสมาคมการค้าเฟิงตูต้องสงสัย ลั่วชิงยวนจึงลงทุนในสมาคมการค้าเฟิงตูอีกสามหมื่นตำลึงภายในสองวันติดต่อกัน
ผู้คนจากสมาคมการค้าเฟิงตูรู้สึกว่านางยังมีค่า ดังนั้นพวกเขาจึงอนุญาตให้แผนของเสวี่ยชวนเฟิงดำเนินการต่อไป
เสวี่ยชวนเฟิงรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้แก่นาง และเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับนางได้ภายในสองวัน
ในห้องพักของโรงเตี๊ยม ลั่วชิงยวนหยิบอุปกรณ์มาจัดเตรียมไว้
สำหรับเรื่องง่าย ๆ ก็ให้จือเฉาและเสี่ยวซีคอยช่วยเหลือ
วงแหวนแห่งเวทที่นางเตรียมการนั้นใหญ่กว่าวงแหวนแห่งเวทในห้องลับนั้นกว่าสิบเท่า ดังนั้นพวกเขาจะไม่มีวันได้มีโอกาสสับเปลี่ยนชะตาใครได้อีก!
“พระชายา เราทำสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไร? เหตุใดจึงมีกระดิ่งมากมายนักเจ้าคะ”
จือเฉากำลังถักเชือกสีแดงและร้อยเข้ากับกระดิ่ง
ทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงกระดิ่ง
“สับเปลี่ยนชะตา” ลั่วชิงยวนตอบช้า ๆ
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ จือเฉาก็สะดุ้งเล็กน้อย “สับเปลี่ยนชะตา? ชะตาคนเราสามารถแลกเปลี่ยนกันได้หรือเจ้าคะ?”
“แน่นอน ชะตาของบางคนก็ดี และชะตาของบางคนก็แย่ มีอาคมบางอย่างที่สามารถสับเปลี่ยนชะตาของผู้คน พวกเขาสามารถขโมยโชคดีของคนอื่นไปได้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ จือเฉาก็พูดอย่างประหลาดใจว่า “แล้วเรื่องที่ขัดต่อฟ้าดินเช่นนี้ จะมิต้องชดใช้หรือเจ้าคะ?”
“แน่นอน แต่นั่นก็เป็นเรื่องของภพหน้าแล้ว”
หลังจากพูดเช่นนั้น ลั่วชิงยวนก็มองไปที่เสี่ยวซีและถามว่า “เสี่ยวซี เจ้าต้องการเปลี่ยนชะตาของเจ้าหรือไม่? เปลี่ยนชะตาของเจ้าให้มีชีวิตที่ดีกว่าเจ้าในตอนนี้"
ลั่วชิงยวนตอบกลับไปว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดีเช่นกัน
เย็นวันนั้นเสวี่ยชวนเฟิงมา “มีคนเข้ามาในห้องนั้นอีกแล้ว!”
“ชายชุดดำหรือไม่?” ลั่วชิงยวนถามอย่างกังวล
เสวี่ยชวนเฟิงพยักหน้า “ข้าเห็นเพียงเงาของเขาตอนออกจากสมาคมการค้าเฟิงตูเท่านั้น”
ดังนั้นลั่วชิงยวนจึงไปที่สมาคมการค้าเฟิงตูกับเสวี่ยชวนเฟิง
เตรียมเข้าอีกครั้งในตอนดึก
คราวนี้มันราบรื่นขึ้นกว่าเดิม เพราะเสวี่ยชวนเฟิงคอยดูลาดเลาอยู่ข้างนอก
เมื่อเข้าไปในห้องลับชั้นในสุด นางก็เห็นกระดาษที่ยังเผามิไหม้อยู่ในกระถางไฟ
เมื่อลั่วชิงยวนหยิบมันขึ้นมาดู ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที และหนังศีรษะของนางชาวาบ
ทั้งหมดนี้เป็นลายมือของนางมิใช่เหรอ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...