ราวกับว่าเป็นความตั้งใจของไทเฮา หลังจากที่รถม้าหยุดอยู่ที่ตำหนักอ๋องแล้ว องครักษ์สารถีก็เอ่ยขึ้นมาว่า “พระชายา บัดนี้ถึงพระตำหนักแล้ว กระหม่อมจะกลับวังไปรายงานฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากที่ลั่วชิงยวนและลั่วเยวี่ยอิงลงจากรถม้าแล้ว สารถีก็ขับรถกลับไปที่วังหลวงตามเดิม
เหล่าองครักษ์นำตัวลั่วชิงยวนกลับไปที่ตำหนักอ๋อง มิได้พาลั่วเยวี่ยอิงกลับไปที่ตำหนักอัครเสนาบดี แต่กลับพาไปที่ตำหนักอ๋องด้วย เพื่อให้ฟู่เฉินหวนได้เห็นสภาพน่าเวทนาของลั่วเยวี่ยอิง
ครั้นเมื่อคนรับใช้ออกมาเห็นลั่วเยวี่ยอิง แวบแรกมองไม่ออกเลยว่าเป็นผู้ใด หลังจากที่เห็นชัดแล้วต่างก็ตกใจจนหน้าถอดสีไปตาม ๆ กัน
“คุณหนูรอง! โอ้ตายแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูรองเล่า!”
ลั่วเยวี่ยอิงตั้งใจล้มลงกับพื้นไปอย่างแรง สาวใช้กลุ่มหนึ่งรีบกรูกันเข้าไปช่วยพยุงนางด้วยความตื่นตระหนก จากนั้นจึงรีบประคองนางเข้าไปตำหนักอ๋อง
“รีบไปตามหมอเทวดากู้มาให้ว่องที่สุดบัดเดี๋ยวนี้!”
ทุกคนต่างตกอยู่ในความตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
ลั่วเยวี่ยอิงถลึงตาจ้องมองลั่วชิงยวนด้วยความเคียดแค้น แววตาที่สื่อออกมาราวกับกำลังเอ่ยว่า ‘รอข้าก่อนเถอะ!’
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะครุ่นคิดกับตัวเองพลางก้าวเข้าไปผ่านประตูใหญ่
โรคอ้วนที่ลั่วชิงยวนก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น และมิไม่สามารถใช้วรยุทธได้อีก สมบัติก็แย่งชิงมามิได้ นางจะมิยอมถูกไล่ออกจากตำหนักอ๋องทั้งแบบนี้เด็ดขาด
ลั่วชิงยวนมุ่งตรงไปยังเรือนเล็กของนาง จังหวะนั้นแม่นมเติ้งและจือเฉาที่กำลังจะเดินมาหา แต่กลับถูกนางปิดประตูใส่ก่อน
นางได้ทำนายดวงชะตาของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง
การรอดพ้นจากหายนะนำมาซึ่งชีวิต
ดาวหกแฉกยังยังมีสัญญาณแห่งชีวิต
ดูเหมือนว่าหมอกสีเลือดที่อยู่เหนือพระตำหนักจะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตนาง
“พระชายา ท่านเป็นอย่างไรไรบ้างเจ้าคะ?” จือเฉาตะโกนเรียกนางจากด้านนอกประตู
ลั่วชิงยวนวางเข็มทิศในมือลง ก่อนจะเอ่ยตอบ “เข้ามาสิ”
จือเฉาผลักประตูเข้ามาพร้อมกับน้ำชาและขนม “บ่าวคิดว่าท่านน่าจะยังมิได้ทานอะไรจากงานเลี้ยงวังหลวงเป็นแน่ บ่าวเลยเตรียมของว่างไว้ให้ ท่านทานสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ?”
ลั่วชิงยวนส่ายหัว ก่อนจะเอ่ย “วางลงเถอะ ตอนนี้ข้ายังไม่อยากจะกินอะไรเลย”
แววตาเฉียบคมและแสดงออกถึงความรังเกียจกำลังจ้องมองไปที่ลั่วชิงยวน และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเข้มว่า “ใครก็ได้! โบยนางซะ!”
ในใจของลั่วชิงยวนเต้นไม่เป็นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วแสดงความไม่พอใจออกมา
“ลั่วเยวี่ยอิงถูกฮองไทเฮาโบยเพราะการกระทำของตัวนางเองจนทำให้ฮองไทเฮาทนไม่ไหว แล้วหม่อมฉันเกี่ยวอะไรด้วยเล่า หากท่านอยากระบายความโกรธก็ไม่ควรลากคนอื่นที่มิรู้เรื่องอันใดด้วยมาเป็นที่ระบายอารมณ์เถิดเพคะ”
“ยังจะมาเถียงข้าง ๆ คู ๆ อยู่อีกรึ?” ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาของเขาตอนนี้เย็นชาอย่างสุดซึ้ง
“หากไม่มีเจ้ามาขวางทาง ฮองไทเฮาจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้ได้เยี่ยงไร! ดูแล้วข้าคงประเมินเจ้าต่ำไปกระมัง ฮองไทเฮาก็ยังมาหนุนหลังให้เจ้าอีก!”
เขาเห็นกับตาตัวเองว่า จิ่นชูแห่งวังหลวงโช่วสี่ปฏิบัติกับลั่วชิงยวนอย่างไร นั่นเป็นความประมาทเลินเล่อของเขาเอง ลั่วชิงยวนมีความสนิทกับฟู่อวิ๋นโจว จึงมีความสนิทกับฮองไทเฮาตามไปด้วย
หนอนบ่อนไส้ตัวนี้อาจจะเป็นคนที่ฮองไทเฮาจัดการส่งตัวเข้ามาก็ได้!
เมื่อนึกได้เช่นนี้ เขาจึงเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที
“โบยหน้าห้าสิบไม้! และไล่ออกจากพระตำหนักอ๋อง!” ฟู่เฉินหวนเอ่ยออกมาด้วยความโกรธที่มากล้นอยู่ในอก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...