ลั่วชิงยวนหัวเราะเบา ๆ “อัครเสนาบดีลั่ว พูดเช่นนี้หมายความเช่นไร”
“วันนี้ลั่วเยวี่ยอิงทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้ เกี่ยวอันใดกับข้าเล่า?”
“อัครเสนาบดีลั่ว ท่านควรรีบไปหาไทเฮาโดยเร็ว แล้วดูว่าท่านจะสามารถทำให้ลั่วเยวี่ยอิงแต่งเข้าไปในตระกูลเหยียนได้หรือไม่ มิเช่นนั้นจะไม่มีใครต้องการนางแล้ว”
ลั่วไห่ผิงโกรธมาก และจ้องมองนางด้วยความมุ่งร้าย ราวกับว่าเขาต้องการฉีกลั่วชิงยวนออกเป็นชิ้น ๆ
พ่อที่ไหนจะเกลียดลูกสาวแท้ ๆ ของงตัวเองขนาดนี้
ลั่วชิงยวนเดินจากไป แต่เมื่อนางเดินผ่านลั่วไห่ผิง เขาก็พูดอย่างแผ่วเบาว่า “ลั่วไห่ผิง ผลกรรมของท่านมาถึงแล้ว"
“นี่เพิ่งจะเริ่มต้น มิว่าท่านจะเคยปฏิบัติต่อท่านแม่ของข้าอย่างไร จุดจบของท่านก็จะเลวร้ายยิ่งกว่าท่านแม่ของข้าเป็นร้อยเท่า”
หลังจากพูดอย่างนั้น ลั่วชิงยวนก็จากไปทันที
ทันใดนั้น ลั่วไห่ผิงก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ รู้สึกเหมือนมีงูพิษลื้อยขึ้นไปบนคอของเขาทำให้เขารู้สึกถึงภัยคุมคามถึงชีวิต
ลั่วไห่ผิงกลับมามีสติอีกครั้ง เขาเดินไปที่พระตำหนักโช่วสี่ แม้จะอยู่ใต้แสงอาทิตย์จ้า ทว่ากลับรู้สึกราวกับอยู่ในห้องน้ำแข็ง
ลั่วชิงยวนรู้เรื่องอะไรหรือไม่ นางรู้ได้อย่างไร และนางรู้มากแค่ไหน?
คำพูดเยือกเย็นนั้นยังคงดังก้องในหูของลั่วไห่ผิง ทำให้ใจเขาสั่นคลอน
หลังจากเดินออกมา ลั่วชิงยวนมิได้กลับไปตำหนักอ๋องแต่ไปเดินเล่นในตลาดแทน
ตามที่คาดไว้ ข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และในมิช้า ตรอกซอกซอยต่าง ๆ ก็เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์
ผู้คนพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวังวันนี้
ลั่วเยวี่ยอิงวางยาเหยียนผิงเซียวอย่างหน้ามิอาย หวังจะแต่งงานกับตระกูลเหยียน
เมื่อข่าวแพร่ออกไป ชื่อเสียงของลั่วเยวี่ยอิงก็ถูกทำลายจนสิ้น
แต่จากที่เห็น ท่าทีของตระกูลเหยียนนั้นชัดเจนมาก พวกเขามิเต็มใจที่จะแต่งลั่วเยวี่ยอิงเข้าไปเป็นสะใภ้
ขึ้นอยู่กับว่าลั่วไห่ผิงจะสามารถโน้มน้าวให้ไทเฮาให้เปลี่ยนใจ และยอมให้ลั่วเยวี่ยอิงแต่งงานกับตระกูลเหยียนได้หรือไม่
ลั่วชิงยวนมาที่โรงน้ำชา และนั่งดื่มชา
แต่ข้าง ๆ กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เสียดหู
“พูดก็พูดเถอะ พี่สาวของลั่วเยวี่ยอิงก็แต่งเข้าตำหนักอ๋องแทนคนอื่นเหมือนกัน”
“สองพี่น้องคู่นี้ก็ไร้ยางอายพอ ๆ กันเลย”
“อัครเสนาบดีคนนี้สอนลูกสาวแบบไหนกัน?”
“เว่ยอวิ๋นเซี๋ย”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ลั่วชิงยวนก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย
เว่ยอวิ๋นเซี๋ยอีกแล้ว!
ทำร้ายนางมิสำเร็จก็ฉวยโอกาสในวันที่ทุกคนกำลังพูดถึงลั่วเยวี่ยอิง นำเรื่องอื้อฉาวเก่าเก็บของนางมาแฉอีกครั้ง
สตรีผู้นี้มิยอมปล่อยนางเลยจริง ๆ
จากนั้นลั่วชิงยวนก็กลับไปที่ตำหนักอ๋อง
สิ่งต่าง ๆ ในวังสิ้นสุดลงแล้ว ไทเฮายังคงมิเห็นด้วยกับลั่วไห่ผิง และมิได้คิดจะรับลั่วเยวี่ยอิงเข้าตระกูลเหยียน
เห็นได้ชัดว่า ไทเฮาเหยียนเกลียดลั่วเยวี่ยอิงมาก
นางยอมปล่อยให้อัครเสนาบดีลั่วขุ่นเคืองมากกว่าปล่อยให้ลั่วเยวี่ยอิงเข้าไปตระกูลเหยียน
ในขณะนี้จือเฉารีบมารายงาน “พระชายา ท่านอ๋องเสด็จกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
“ท่านอ๋องกลับมาก็กลับมาสิ เหตุใดเจ้าถึงตื่นตระหนกขนาดนี้?”
จือเฉาทำหน้าบูดบึ้งและพูดว่า “ลั่วเยวี่ยอิงก็ถูกนำตัวกลับมาเช่นกันเจ้าค่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...