ลั่วไห่ผิงกำลังนั่งอย่างกังวล เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นเห็นลั่วชิงยวนเดินเข้ามา ใบหน้าของเขาก็ดูแย่ลง
“ในเมื่ออัครเสนาบดีลั่วต้องการให้ท่านอ๋องยอมรับลั่วเยวี่ยอิงเป็นอนุของเขา เขามิควรถามข้าด้วยรึ?”
เมื่อลั่วไห่ผิงได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของเขาก็ซีดเซียว “ลั่วชิงยวน! เจ้าหมายความเยี่ยงไร?!”
ลั่วชิงยวนยิ้มอย่างเย็นชา นั่งลงช้า ๆ ไขว่ห้างแล้วพูดว่า “อย่างที่อัครเสนาบดีลั่วขอร้องท่านอ๋อง ก็ขอร้องข้าอย่างที่ทำกับเขาด้วยสิ”
ลั่วไห่ผิงดูบูดบึ้งและพูดด้วยความโกรธ “มิว่าอย่างไร เจ้าก็ยังเป็นลูกสาวของข้า! เจ้ามิเชื่อฟังและมิกตัญญู มิกลัวที่จะถูกฟ้าผ่าตายหรืออย่างไร?!”
ลั่วชิงยวนหัวเราะเยาะ “ตอนนี้ที่มีเรื่องต้องขอร้องข้า ก็นึกได้ว่าข้าเป็นลูกสาวท่านแล้วรึ?”
“หากท่านมิบอกข้า ข้าคงคิดว่าท่านเก็บข้ามาเลี้ยงเสียอีก”
ลั่วชิงยวนตัวจริงได้เสียชีวิตไปเพราะการใส่ร้ายของลั่วเยวี่ยอิง ตอนนี้นางไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับลั่วไห่ผิง นางมิกลัวฟ้าฝนอะไรทั้งนั้น
คนที่สมควรตายก็คือ ลั่วไห่ผิง!
“เรื่องของการรับอนุนั้นขึ้นอยู่กับท่านอ๋อง หาได้เกี่ยวอันใดกับเจ้าไม่ มันมิได้ขึ้นอยู่กับเจ้าว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย!”
ลั่วไห่ผิงกล่าวอย่างเย็นชา
ลั่วชิงยวนหัวเราะเบา ๆ “จริงหรือ? แต่ตราบใดที่ข้ามิเห็นด้วย ก็มีหลายวิธีมากมายที่จะขัดขวาง ลั่วเยวี่ยอิงอย่าหวังว่าจะได้แต่งงานเข้าสู่ตำหนักอ๋องอย่างสงบสุขเลย”
“ถึงนางจะได้แต่งเข้ามา ข้าก็รับรองได้ว่านางจะไม่มีวันอยู่สุขสบาย!”
ลั่วไห่ผิงโกรธมากจนตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน “ลั่วชิงยวน พอได้แล้ว!”
แต่นอกจากจะอารมณ์เสียเช่นนี้แล้ว ลั่วไห่ผิงก็มิรู้จะทำอย่างไรต่อไป
เพราะตอนนี้เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับลั่วชิงยวนแล้ว
ลั่วชิงยวนเห็นลั่วไห่ผิงโกรธ นางก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เช่นนั้นก็ขอร้องข้าสิ”
“เจ้า!” เขาชี้ไปที่นางด้วยความโกรธ โกรธจนมือไม้สั่น
ลั่วชิงยวนมองลั่วไห่ผิงอย่างเย็นชา “หรือไม่ก็บอกข้ามาว่า แม่ของข้าถูกขังอยู่ที่ใด”
“ข้าต้องการรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับนาง!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ การแสดงออกของลั่วไห่ผิงก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เขามองนางด้วยความตกใจ
ลั่วชิงยวนมองไปที่ลั่วไห่ผิง ใบหน้าของเขาแก่ลงกว่าเมื่อก่อนมาก ดวงตาของเขาเหนื่อยล้า คิ้วมักจะย่นหากัน ทำให้เกิดรอยย่นตรงกลาง
จะเห็นได้ว่าช่วงนี้สิ่งต่าง ๆ สำหรับลั่วไห่ผิงแล้วมิค่อยราบรื่นนัก และมีความกังวลในใจมากมาย
“เช่นนั้น เจ้าจะยอมให้เยวี่ยอิงแต่งเข้าตำหนักอ๋องใช่หรือไม่?”
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เยวี่ยอิงมิสามารถแต่งเข้าตระกูลเหยียนได้ ตอนนี้เขามีแต่ต้องแต่งเข้าตำหนักอ๋องเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งได้
ในยามวิกฤติ ตำหนักอ๋องเป็นเพียงที่พึ่งเดียวของพวกเขาเท่านั้น
ในขณะนี้ลั่วไห่ผิงเป็นเหมือนคนจมน้ำ พยายามจะคว้าฟางช่วยชีวิตอย่างยิ่ง
“ได้สิ” ลั่วชิงยวนตกลงโดยมิลังเล
แม้ว่าทันทีที่คำพูดออกมาจากปาก นางจะรู้สึกอึดอัดหัวใจ
แต่ฟู่เฉินหวนได้ตัดสินใจเลือกทางนี้ด้วยการกระทำแล้ว นางจะทำอะไรได้อีก
เป็นการดีกว่าที่จะใช้ประโยชน์จากข้อเท็จจริงที่ว่าเรื่องนี้ยังมิแน่นอน และรับเบาะแสที่เป็นประโยชน์จากลั่วไห่ผิงมาเสีย
ลั่วไห่ผิงถอนหายใจ “จริง ๆ แล้วหลาย ๆ เรื่องข้าก็จำเป็นต้องทำ”
หลังจากพูดอย่างนั้น ลั่วไห่ผิงก็เงียบไปสักพักแล้วลุกขึ้นยืน
พูดขึ้นว่า “ข้าจะพาเจ้าไปพบแม่ของเจ้า”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...