ลั่วชิงยวนตามลั่วไห่ผิงออกจากตำหนักอ๋องไปทันที
กว่าที่ฟู่เฉินหวนจะรู้เรื่องนี้ ลั่วชิงยวนและลั่วไห่ผิงก็นั่งรถม้าออกไปแล้ว
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว ลั่วชิงยวนคิดจะทำอะไร?
เขาออกคำสั่งทันที “พวกเขาไปที่ใด ส่งคนตามไป!”
......
ขณะที่รถม้ากำลังจะออกจากเมือง ลั่วชิงยวนก็ยกม่านขึ้นแล้วมองกลับไปจึงได้เห็นองครักษ์ในตำหนักอ๋องผู้ซึ่งติดตามมาอย่างลับ ๆ
นางสั่งคนขับรถม้าให้วนเวียนอยู่ในเมือง และยัดเงินหนึ่งก้อนให้คนขับรถม้าไป
จากนั้นเมื่อผ่านโรงเช่ารถม้า ลั่วชิงยวนก็ดึงลั่วไห่ผิงออก และรีบไปขึ้นรถม้าอีกคัน
เนื้องด้วยมีรถม้าจอดอยู่มากมาย จึงบดบังสายตาผู้ที่ลอบตามมา
ลั่วชิงยวนบังคับรถม้าเดินทางออกจากเมืองไป
หลังจากนั้นก็มิเห็นมีใครตามมาอีก
ลั่วไห่ผิงมองลั่วชิงยวนด้วยสายตาที่ซับซ้อนมาก “เจ้านี่ช่างเหมือนกับแม่ของเจ้ามากจริง ๆ”
ลั่วชิงยวนมองเขาอย่างเย็นชา ถึงตอนนี้ยังมีหน้ามาพูดถึงแม่ของนางอีก
หลังออกจากเมือง ก็มุ่งหน้าไปตามทิศทางที่ลั่วไห่ผิงชี้นำ
รถม้าบังคับไปหนึ่งชั่วยามก่อนจะถึงจุดหมายปลายทาง
มันเป็นบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน เนื่องจากที่ตั้งหมู่บ้านห่างไกล ผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านล้วนเป็นคนชรา บ้านหลายหลังดูเหมือนไม่มีคนอาศัยอยู่แล้ว
บ้านหลังดังกล่าวถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนา และดูเหมือนว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นมานานแล้วเช่นกัน
ลั่วไห่ผิงพานางไปที่เดินเข้าไปในบ้านพัก มุ่งตรงไปยังลานด้านใน
ในลานเล็ก ๆ ที่รกร้างมานานมีรูปปั้นสะกดวิญญาณอยู่ที่มุมทั้งสี่ ระฆังพร้อมยันต์สีเหลืองแขวนอยู่ทั่วลาน ถูกสร้างขึ้นเป็นวงแหวนเวทสะกดวิญญาณ ทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไป ลมก็พัด มีเสียงระฆังดังขึ้น
นอกจากนี้ในบริเวณลานบ้านยังมีบ่อน้ำแห้งซึ่งมีตำแหน่งที่พิเศษอีกด้วย ลั่วชิงยวนหันไปมองมันถึงสองครั้ง
“เข้าไปข้างใน” ลั่วไห่ผิงเดินนำไปและเปิดประตูทันที
สิ่งที่มองเห็นคือป้ายวิญญาณนิรนาม ภายในห้องว่างเปล่าและมีกลิ่นอับชื้น
ลั่วไห่ผิงอธิบายอย่างช้า ๆ
“อันที่จริงหลังจากที่นางจากไป ข้าก็ฝังนางไว้ในสุสานบรรพชน”
“แต่หลังจากนั้นในสุสานบรรพชนก็เกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้นบ่อย ๆ และบ้านเราก็มิสงบสุข”
“ข้ากลัว จึงเชิญอาจารย์มาดู”
“หลังจากที่อาจารย์ไปเยี่ยมหลุมศพบรรพบุรุษแล้ว เขาก็บอกว่าสุสานของแม่เจ้ามีปัญหา ดังนั้นจึงเผาศพนางและนำมาบูชาไว้ที่นี่”
“ที่นี่เงียบสงบมาก และแม่ของเจ้าก็ชอบเช่นกัน”
“ยามว่าง ข้าจะมาเยี่ยมนางเสมอ”
“เหตุผลที่ข้ามิบอกเรื่องทั้งหมดนี้แก่เจ้าเพราะข้ามิต้องการให้เจ้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องของคนรุ่นก่อน”
“ข้ายอมรับด้วยว่า ข้ากลัวว่าเจ้าจะมีความสามารถเหมือนแม่เจ้า กลัวว่าเจ้าจะนำหายนะมาสู่จวนอัครเสนาบดี เลยปฏิบัติต่อเจ้าอย่างเลวร้าย”
น้ำเสียงของลั่วไห่ผิงจริงใจมาก มีความทำอะไรมิถูกเจืออยู่เล็กน้อย
ความเจ็บปวดที่บิดาคนนี้ทำต่อลูกสาวของเขา ได้รับการอธิบายด้วยคำพูดเพียงมิกี่คำ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...