จนกระทั่งใต้เท้าเหอนำเงินสองแสนตำลึงและลั่วไห่ผิงเข้าวังเพื่อเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ
จากนั้นลั่วไห่ผิงก็ตระหนักได้ว่านี่เป็นกับดักที่ถูกคนขุดไว้
เขายังติดในร่างแหนั้นด้วย!
ข่าวใหญ่เยี่ยงนี้เผยออกไปแล้ว ตำแหน่งของอัครเสนาบดีสูงขนาดนี้แม้ว่าลั่วไห่ผิงจะบอกว่าเขาถูกใส่ร้าย แต่เขามิสามารถให้คำอธิบายแก่ราษฎรได้ องค์จักรพรรดิจึงให้ฟู่เฉินหวนตรวจสอบเหตุการณ์นี้ให้ละเอียด
จากการสืบสวนพ่อตาของตนทำให้ฟู่เฉินหวนตกอยู่ในภาวะที่กลืนมิเข้าคายมิออก
หลังจากที่ฟู่เฉินหวนสื่อสารกับลั่วไห่ผิงเขาก็นึกถึงหอฝูเสวี่ย และเถ้าแก่ของหอฝูเสวี่ยก็คือลั่วชิงยวน
ในลานบ้าน หลังจากที่ลั่วชิงยวนได้ยินข่าวที่จือเฉารายงาน ฟู่เฉินหวนก็ปรากฏตัวที่ประตูลานบ้าน
ลั่วชิงยวนหลับตาอาบแดด มิสนใจเขา
จนกระทั่งร่างนั้นบดบังแสงแดดของนาง
เสียงเย็นชาดังขึ้น “เรื่องเงินสองแสนตำลึงฝีมือเจ้าใช่หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนตอบอย่างใจเย็น “ท่านอ๋องมีหลักฐานหรือ?”
ฟู่เฉินหวนเกือบจะแน่ใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับลั่วชิงยวน! เขารู้ว่านางช่วยทาสใบ้เอาไว้ และคงมิน่าแปลกใจเลยหากทาสใบ้จะเปิดเผยการมีอยู่ของทางลับนั้น
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ลั่วไห่ผิงมิจำเป็นต้องหลอกลวงตระกูลเว่ยเพื่อเงินสองแสนตำลึงเลย สิ่งที่ถูกค้นพบมาในตอนนี้มิใช่แค่เงินสองแสนตำลึงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกองเครื่องประดับทองและอัญมณีต่าง ๆ ในห้องลับของลั่วไห่ผิงด้วย
ในเวลานั้นทุกคนเห็นสิ่งเหล่านั้น และข่าวก็แพร่กระจายออกไป
สิ่งที่เกี่ยวข้องคือ การทุจริตของอัครเสนาบดี
เรื่องนี้ต้องให้เหตุผล และคำอธิบาย
นอกจากลั่วชิงยวนแล้ว ใครอีกเล่าที่จะวางแผนใส่ร้ายลั่วไห่ผิงอย่างรอบคอบเพียงนี้?
ฟู่เฉินหวนดูบูดบึ้ง “หากจะตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปก็มิยาก! เพียงแต่เจ้าอาจมิสามารถรักษาหอฝูเสวี่ยของเจ้าไว้ได้แล้ว!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ตัวแข็งทื่อ
ทันใดนั้นนางก็ลืมตาขึ้น ดวงตาเย็นชา
“เอาสิ ท่านอ๋องไปตรวจสอบเถอะ ดีที่สุดคือให้ตรวจสอบมาที่หม่อมฉัน ตอนนี้หม่อมฉันยังเป็นพระชายาอ๋อง ท่านอ๋องเองก็ยากจะหนีความเกี่ยวข้อง!”
“ข้ามิกลัวตาย มีจวนอัครเสนาบดีและตำหนักอ๋องฝังไปพร้อมหม่อมฉัน หม่อมฉันก็ไม่มีอะไรต้องกลัว!”
“สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้คือเราทั้งคู่พังทลายไปพร้อมกัน!”
น้ำเสียงของลั่วชิงยวนเฉียบคม แฝงด้วยการข่มขู่ที่รุนแรง
......
วันนั้น เมื่อได้ยินมาว่าลั่วไห่ผิงถูกนำตัวไปที่ตำหนักอ๋อง ลั่วชิงยวนก็ต้องการเห็นว่าฟู่เฉินหวนถูกสอบปากคำเยี่ยงไร
จึงแอบไปที่ห้องตำรา
เมื่อได้ยินฟู่เฉินหวนพูดกับลั่วไห่ผิง “เรื่องนี้ใหญ่โตเกินไป ข้ามิสามารถสงบข่าวภายนอกได้หมด ท่านอัครเสนาบดีควรจะเข้าใจ”
ลั่วไห่ผิงหายใจเข้าลึก ๆ “กระหม่อมเข้าใจ นางจงใจวางแผนร้ายใส่กระหม่อม ดังนั้นอย่างไรนางก็จะมิปล่อยกระหม่อมไปง่าย ๆ”
ลั่วไห่ผิงเข้าใจทุกสิ่งในใจ
แต่มันก็ยังยากสำหรับเขาที่จะยอมรับว่าเขาถูกบุตรีของตนทำร้ายในสถานการณ์เช่นนี้!
ในเวลาเดียวกันลั่วเยวี่ยอิงก็ไปที่ลานเรือนของลั่วชิงยวนด้วยความมิพอใจ
......
หลังจากนั้นมินาน จือเฉาก็วิ่งไปที่ลานด้านนอกห้องตำราด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาของนางแดงก่ำด้วยความวิตกกังวล
“พระชายา มีบางอย่างเกิดขึ้น! ท่านรีบกลับไปดูเถิดเจ้าค่ะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...