ขณะที่ดื่ม น้ำที่มีกลิ่นหอมของหญ้าและดอกไม้ชุ่มชื่นผ่านลำคอลงไป ลั่วชิงยวนก็ตกใจ
ทันใดนั้น นางก็เข้าใจว่าน้ำมาจากที่ใด
นี่คือน้ำค้างจากกิ่งก้านของดอกไม้
นางจ้องมองคนข้าง ๆ ที่มิแสดงอารมณ์อะไรอย่างนิ่งงันด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขาเดินไปไกลขนาดนั้นในป่าเพื่อเก็บน้ำค้างนี่เอง
น้ำเยอะขนาดนี้ เขาต้องใช้เวลาเก็บนานเท่าใด
กว่าจะรู้ตัว ก็เดินกลับเข้ากลุ่มไปแล้ว
เซียวชูตื่นขึ้นมา มองหาพวกเขาอยู่
และรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นพวกเขาออกมา
“ท่านอ๋อง พระชายา พวกท่านหายไปที่ใดมา กระหม่อมก็นึกว่า...”
เซียวชูรู้สึกกังวลอย่างมาก
ลั่วชิงยวนนำถุงใส่น้ำเปล่า เทบางส่วนให้ซ่งเชียนฉู่ และมอบที่เหลือให้กับเซียวชู
“เอาไปแบ่งให้คนอื่นเถอะ”
เมื่อเห็นสิ่งนี้ เซียวชูก็ประหลาดใจ “ท่านไปเอาสิ่งนี้มาจากที่ใดหรือขอรับ?”
ลั่วชิงยวนมองไปที่ฟู่เฉินหวนซึ่งกำลังเตรียมม้าสำหรับการเดินทาง “ท่านอ๋องของเจ้าหามาน่ะสิ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เซียวชูก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
เขารีบจิบ และมอบที่เหลือให้คนอื่นทันที
เซียวชูตะโกน “ดื่มเสร็จแล้ว ทุกคนเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองหลวง!”
ตลอดทางหลังจากนั้น ก็ไม่มีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นอีก
ลั่วฉิงถูกฟู่เฉินหวนตบไปหนึ่งครั้ง และได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นนางจึงมิสามารถซุ่มโจมตีพวกเขาต่อไปได้
แต่สิ่งที่ลั่วชิงยวนมิคาดคิดก็คือ ลั่วฉิงครั้งนี้มาคนเดียวโดยไม่มีใครจากตระกูลเหยียนมาช่วยนาง
มิเช่นนั้นก็คงเป็นเพราะเหยียนผิงเซียวทิ้งนางไปแล้ว
แต่นี่มิน่าเป็นไปได้
นั่นคือลั่วฉิงมาที่ซีหยางโดยมิบอกตระกูลเหยียน นางต้องการสนหิมะเขาฉีซาน แต่นางมิบอกให้ตระกูลเหยียนรู้
คราวนี้นางจึงซุ่มโจมตีพวกเขาระหว่างทางและนางก็อยู่ตามลำพัง ไม่มีใครช่วยเลยตลอดทาง
ขณะกินอาหาร จือเฉาก็เข้ามาด้วยใบหน้าเศร้าหมอง
“เป็นอะไรไป?” ลั่วชิงยวนถาม
จือเฉาพูดอย่างรังเกียจ “ลั่วเยวี่ยอิง ช่วงนี้มิได้เจอท่านอ๋อง ทุกคืนร้องไห้จนคนอื่น ๆ พากันมิได้หลับมิได้นอน มิรู้มีคนคิดว่าตำหนักมีผีสิงหรือไม่เจ้าค่ะ”
“คนรับใช้ทุกคนต่างพากันอดนอน แต่กลางวันยังต้องทำงาน แต่นางสิ กลางวันนอนหลับสบาย ตกกลางคืนก็ร้องไห้”
“วันนี้ท่านอ๋องเสด็จกลับมา นางยิ่งเล่นใหญ่ แกล้งป่วยไปแล้วเจ้าค่ะ”
“ท่านอ๋องเพิ่งเชิญหมอมา ท่านหมอบอกว่านางกำลังจะตาบอดเพราะร้องไห้มากเกินไป!”
“ท่านอ๋องทรงกังวลมาก! รีบให้คนไปเชิญหมอหลวงทันทีเจ้าค่ะ!”
“หมอหลวงบอกว่าต้องการเครื่องยาสมุนไพรชนิดหนึ่งต้องไปที่แคว้นหลีเพื่อหามัน! นี่มันมิใช่การทรมานกันหรือ?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ตกใจเล็กน้อย
ทันใดนั้นเมื่อนึกอะไรบางอย่างได้ นางจึงวางตะเกียบลงแล้วมองไปที่จือเฉา “หมอต้องการสมุนไพรอะไร?”
จือเฉาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “มันเรียกว่าสนหิมะอะไรสักอย่าง…”
สีหน้าของลั่วชิงยวนเปลี่ยนไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...