มิใช่ว่าวรยุทธของลั่วชิงยวนถูกทำลายไปแล้วหรือ!
ลั่วเยวี่ยอิงหายใจติดขัด ลุกขึ้นถอยหลังไปหลายก้าว
แสงจันทร์ส่องสว่าง ลั่วชิงยวนเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาฉายแววแข็งกร้าว “ต้องขอบคุณเจ้าที่ปลุกข้าขึ้นมา”
ลั่วเยวี่ยอิงมองเห็นแววตาแข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยเจตนาร้าย จิตใจสั่นระรัว กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วหันหลังวิ่งหนีไป
ลั่วชิงยวนมองดูลั่วเยวี่ยอิงวิ่งหนีออกจากห้องอย่างลนลาน
นางก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ใช้เท้าเกี่ยวเก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วเตะมันออกไป
เก้าอี้พุ่งเข้าชนหลังของลั่วเยวี่ยอิง
ลั่วเยวี่ยอิงล้มลงกับพื้นอย่างแรง
ลั่วชิงยวนเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ แล้วเหยียบบนหลังของลั่วเยวี่ยอิง
มิว่าลั่วเยวี่ยอิงจะดิ้นรนอย่างไรก็มิสามารถหลบหนีได้ นางจึงตะโกนด้วยความตื่นตระหนก “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
จือเฉาวิ่งเข้ามาด้วยผมที่เปียกโชกและใบหน้าซีดเซียว “พระชายา ท่านมิเป็นไรใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ลั่วชิงยวนเหลือบมองนาง ด้วยแววตาที่เย็นชา
เท้าซ้ายของนางค่อย ๆ เคลื่อนไปที่ข้อมือของลั่วเยวี่ยอิงแล้วเหยียบลงไปอย่างแรง “เจ้าช่างกล้านัก กล้านำคนมาสังหารที่เรือนของข้า แล้วยังจะสังหารคนของข้าอีก”
“ใครให้ความกล้าเช่นนี้กับเจ้า?!”
ลั่วเยวี่ยอิงตื่นตระหนกอย่างมาก นางพยายามดิ้นรน “ลั่วชิงยวน ข้าเตือนเจ้า หากเจ้ากล้าทำอะไรข้า ท่านอ๋องจะมิปล่อยเจ้าไว้แน่! ท่านอ๋องสามารถทำลายวรยุทธของเจ้าได้ครั้งหนึ่ง ย่อมทำได้เป็นครั้งที่สอง!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของลั่วชิงยวนก็เต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก เย็นชาจนไร้ซึ่งอุณหภูมิ
ใช่แล้ว ใครกันที่ให้ความกล้ากับลั่วเยวี่ยอิง แน่นอนว่าต้องเป็นฟู่เฉินหวน!
ลั่วชิงยวนหัวเราะเยาะ พลางเล่นมีดสั้นในมือ “เขาสามารถทำลายวรยุทธของข้าได้ครั้งหนึ่ง แต่ข้าจะมิโง่พอที่จะให้เขาทำเช่นนั้นเป็นครั้งที่สอง!”
เมื่อพูดจบ นางก็แสดงแววตาที่โหดเหี้ยม
มีดสั้นพุ่งเข้าใส่ฝ่ามือของลั่วเยวี่ยอิงอย่างแรง
“อ๊า!!!”
เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วท้องฟ้า
มีดสั้นแทงทะลุมือของลั่วเยวี่ยอิง ความเจ็บปวดทำให้ลั่วเยวี่ยอิงกรีดร้อง ตัวสั่นเทาไปทั้งตัว
เมื่อฟู่เฉินหวนวิ่งมาถึง ก็เห็นเหตุการณ์นี้พอดี
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน
ต่อให้ตาย ก็ต้องช่วยลั่วเยวี่ยอิง!
ฟู่เฉินหวนพุ่งเข้าไป เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเพราะอาการปวดหัว แต่ในสายตาของคนนอก กลับมองว่าเขาโกรธมากที่เห็นลั่วเยวี่ยอิงถูกทำร้าย
เมื่อเห็นฟู่เฉินหวนพุ่งเข้ามาอย่างเดือดดาล ลั่วชิงยวนนก็รู้สึกตึงเครียดในใจ ฟู่เฉินหวนคงอยากจะทำลายวรยุทธของนางอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ นางจะมิยอมให้เขาทำสำเร็จ!
แววตาของลั่วชิงยวนเย็นชา นางรีบลุกขึ้นแล้วฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของฟู่เฉินหวนอย่างแรง
สีหน้าของฟู่เฉินหวนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขาถูกกระแทกจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว และรู้สึกถึงรสคาวหวานที่เอ่อขึ้นมาในลำคอ
เขาจ้องมองไปที่ลั่วชิงยวนด้วยความตกใจ “เจ้า…”
วรยุทธของนางกลับคืนมาแล้วงั้นหรือ?
แม้จะปวดหัว แต่ฟู่เฉินหวนกลับรู้สึกดีใจขึ้นมา
มีช่วงเวลาหนึ่ง ที่อาการปวดหัวดูเหมือนจะบรรเทาลง
แต่เขายังมิทันได้ลิ้มรสความรู้สึกนั้น ลั่วชิงยวนก็ยกมือขึ้นแล้วฟาดฝ่ามืออีกครั้ง
เสียงที่แหลมคมดังขึ้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...