“มีความเกี่ยวข้องกับองค์จักรพรรดิ?”
“เมื่อครู่นี้ ท่านพ่อของข้าได้รับข่าวว่า องค์จักรพรรดิสูงสุดกำลังจะสิ้นพระชนม์”
“ถึงแม้ว่าองค์จักรพรรดิสูงสุดจะทรงประชวรมาโดยตลอด แต่อาการก็ทรงตัวมาตลอด เพิ่งจะทรุดหนักลงเมื่อมิกี่วันมานี้ ได้ยินมาว่าเหล่าหมอหลวงต่างเฝ้าอยู่ข้างเตียงองค์จักรพรรดิสูงสุดตลอดเวลา”
คำพูดนี้เตือนให้นึกถึงกะโหลกหมาป่าที่พวกคนนอกด่านส่งมา ตอนนั้น ฟู่จิ่งหานมิต้องการรับไว้ แต่ไทเฮารับสั่งว่า สามารถนำไปถวายแด่จักรพรรดิสูงสุดได้
หรือว่าจะเป็นเพราะกะโหลกหมาป่า
“ข้าอยากเข้าวังไปดูสักหน่อย”
ฉินไป๋หลี่พยักหน้า “ข้าจะไปกับท่าน”
“ท่านพ่อน่าจะยังอยู่ในวัง”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า จากนั้นทั้งสองก็ออกเดินทางเข้าวังหลวง
ด้วยความช่วยเหลือของฉินไป๋หลี่ ลั่วชิงยวนจึงได้เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ
“พวกเจ้ามาเพราะเรื่องของเสด็จพ่องั้นหรือ? พอดีเลย เรากำลังจะไปเยี่ยมเสด็จพ่อ ไปด้วยกันเถอะ” ฟู่จิ่งหานจัดการกับฎีกาเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นเตรียมตัวออกเดินทาง
ลั่วชิงยวนรีบเรียกเขาไว้ “ช้าก่อนเพคะ”
“ฝ่าบาท หม่อมฉันอยากจะถามว่า วันนั้นที่พวกคนนอกด่านนำกะโหลกหมาป่ามาถวาย ในตอนที่ฝ่าบาทเห็นมันครั้งแรก รู้สึกอย่างไรเพคะ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฟู่จิ่งหานก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด แล้วตอบว่า “ข้าแค่เหลือบมองกะโหลกนั้นสองครั้ง ก็รู้สึกราวกับว่าได้เห็นหมาป่าจริง ๆ ดูน่ากลัว ดุร้าย มิเหมือนกับหมาป่าที่เคยเห็นเลย”
“มิว่าอย่างไรก็รู้สึกมิค่อยสบายใจ”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า แล้วถามต่อว่า “แล้วตอนนี้กะโหลกหมาป่านี้อยู่ที่ใดหรือเพคะ?”
ฟู่จิ่งหานตอบว่า “เสด็จแม่ให้คนนำไปไว้ในห้องของเสด็จพ่อแล้ว”
ลั่วชิงยวนรู้สึกใจหายวาบ เช่นนั้นกะโหลกหมาป่าต้องมีปัญหาแน่ ๆ
บางทีนี่อาจจะเป็นแผนการสำคัญที่สุดของพวกคนนอกด่านก็ได้
พวกเขามอบกะโหลกหมาป่ามา สังหารลั่วชิงยวน และรู้เส้นทางลำเลียงเสบียง พวกเขาก็สามารถออกจากเมืองหลวงได้
ฟู่จิ่งหานถามด้วยความสงสัยว่า “เกิดอะไรขึ้น? เจ้าถามถึงกะโหลกหมาป่า มีปัญหาอันใดหรือ?”
ตอนนี้ลั่วชิงยวนยังไม่มีหลักฐาน จึงพูดเพียงว่า “ต้องไปดูถึงจะรู้ได้เพคะ”
“ฝ่าบาท เราไปเยี่ยมจักรพรรดิสูงสุดกันเถิดเพคะ”
ลั่วชิงยวนชะงักไปเล็กน้อย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ลั่วชิงยวนยืนอยู่ข้างนอกรอพร้อมกับทุกคน
ในที่สุด ประตูใหญ่ก็เปิดออก
ผู้ที่ออกมาเป็นคนแรกคือไทเฮา แต่ทว่าในขณะที่ก้าวออกจากประตูก็เซแทบจะล้มลงไป
ทุกคนต่างตกใจ
โชคดีที่จิ่นซูรีบเข้าไปประคองไทเฮาไว้ได้ทัน
สีหน้าของไทเฮาดูซีดเซียว ร่างกายดูเหมือนจะทรุดลงอย่างกะทันหัน ดูอ่อนแออย่างมาก
หมอหลวงหลี่เดินออกมาพร้อมกับเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก
ลั่วชิงยวนมองดู หมอหลวงผู้นี้เป็นคนเดียวกับที่เคยมาที่ตำหนักอ๋องเพื่อรักษาอาการป่วยของลั่วเยวี่ยอิง และบอกว่าลั่วเยวี่ยอิงต้องการสนหิมะเขาฉีซานเพื่อรักษาดวงตา
ทุกคนต่างเป็นห่วงองค์จักรพรรดิสูงสุด
ทันใดนั้นก็ได้ยินหมอหลวงหลี่พูดว่า “ตอนนี้อาการป่วยขององค์จักรพรรดิสูงสุดทรงตัวแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...