“ครั้งนี้ต้องขอบพระทัยไทเฮา! ไทเฮาใช้พระโลหิตของพระองค์เองเพื่อช่วยองค์จักรพรรดิสูงสุด!”
ทุกคนที่ได้ยินต่างตกใจอย่างมาก
ฟู่จิ่งหานรีบก้าวไปข้างหน้าด้วยความกังวล “เสด็จแม่ ไฉนถึงได้เสี่ยงเช่นนี้เล่า”
ไทเฮาตบบนหลังมือของฟู่จิ่งหานเบา ๆ แล้วพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “ตราบใดที่เสด็จพ่อของเจ้ามิเป็นไรก็พอแล้ว ตัวข้าเข้าวังมาตั้งแต่อายุสิบสี่ปี อยู่เคียงข้างเสด็จพ่อของเจ้ามาตลอด”
“ตอนนี้จะทนเห็นพระองค์เป็นอะไรไปได้อย่างไร ตราบใดที่ยังพอมีหนทาง ตัวข้าก็จะมิยอมละทิ้งพระองค์”
คำพูดของไทเฮาทำให้ขุนนางที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก
ไม่มีใครคาดคิดว่าไทเฮาจะยอมใช้พระโลหิตของพระองค์เองเพื่อช่วยองค์จักรพรรดิสูงสุด
ในเวลานี้ แม่ทัพใหญ่ฉินเดินเข้ามาถามว่า “มิทราบว่าในวันนี้พวกเราจะเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิสูงสุดได้หรือไม่?”
หมอหลวงหลี่กล่าวว่า “ชีพจรขององค์จักรพรรดิสูงสุดเพิ่งจะกลับมาเป็นปกติ พระองค์ยังทรงบรรทมอยู่ ขุนนางทุกท่านโปรดวางใจเถิด”
“มิสะดวกให้เข้าไปรบกวนองค์จักรพรรดิสูงสุด”
แม่ทัพใหญ่ฉินรู้สึกมิพอใจในใจ เรียกพวกเขามาทุกวัน แต่ก็มิให้พวกเขาเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิสูงสุด
มิรู้เลยว่าอาการขององค์จักรพรรดิสูงสุดเป็นอย่างไรบ้าง
แต่ในครั้งนี้ ฟู่จิ่งหานพูดขึ้นว่า “ตัวข้าสามารถเข้าไปดูเสด็จพ่อได้ใช่หรือไม่”
หมอหลวงหลี่รีบโบกมือ “มิได้ มิได้ มิได้พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการพักฟื้นขององค์จักรพรรดิสูงสุด มิอาจรบกวนได้พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฟู่จิ่งหานก็ขมวดคิ้ว “แต่ในห้องของเสด็จพ่อไม่มีผู้ใดเลย หากเสด็จพ่อตื่นขึ้นมาแล้วอยากเสวยน้ำจะทำเยี่ยงไร?”
“หากไม่มีคนดูแลจะมิยิ่งอันตรายกว่าหรือ?”
ไทเฮาก็ปฏิเสธเช่นกัน “ฟังหมอหลวงเถิด”
“ตัวข้าจะกลับไปพักสักหน่อย ค่ำ ๆ จะมาดูแลองค์จักรพรรดิสูงสุดเอง พวกเจ้าวางใจเถิด”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วแน่น เลือดของไทเฮาจะมีผลอะไรดีเลิศเลอ เลือดของนางจะช่วยองค์จักรพรรดิสูงสุดได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น บัดนี้บอกว่าองค์จักรพรรดิสูงสุดทรงประชวรหนัก มีเพียงนางเท่านั้นที่ดูแลองค์จักรพรรดิสูงสุดได้ แม้แต่ฟู่จิ่งหานก็ยังมิได้รับอนุญาตให้เข้าเฝ้า
ทว่า ยากที่จะบอกว่าสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร
ฟู่จิ่งหานเดิมทีตั้งใจจะเลิกแล้วต่อกัน แต่ลั่วชิงยวนก้าวไปข้างหน้า ส่งสายตาให้ฟู่จิ่งหาน
ด้วยการสนับสนุนจากไทเฮา หมอหลวงหลี่จึงมีความกล้ามากขึ้น
ลั่วชิงยวนหรี่ตาลง แววตามีความเย็นชา
นางค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้า พลางหัวเราะเบา ๆ
“ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นหมอเถื่อนอย่างเจ้านี่เอง”
“รักษาอาการตาบอด กลับจ่ายยาแรงอย่างสนหิมะเขาฉีซาน มิกลัวตาคนไข้จะพังไปเลยหรือไร”
“หมอไร้จรรยาบรรณเช่นนี้ ยังกล้าให้รักษาองค์จักรพรรดิสูงสุดอีกหรือ?”
ไทเฮาได้ยินเช่นนั้นก็โกรธอย่างมาก นางตวาดใส่ลั่วชิงยวน “ลั่วชิงยวน เจ้ากำลังจะบอกว่าข้าใช้คนผิดรึ!”
ลั่วชิงยวนมิสะทกสะท้าน ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเย้ยหยัน
“หม่อมฉันมิได้มีเจตนาจะก้าวล่วงไทเฮาเพคะ”
“แต่ขอประทานอภัยที่หม่อมฉันจะถามไทเฮาอย่างกล้าหาญสักหน่อย พระโลหิตของไทเฮาเป็นยาวิเศษอะไรหรือเพคะ เหตุใดจึงรักษาองค์จักรพรรดิสูงสุดได้?”
“องค์จักรพรรดิสูงสุดทรงประชวรมานาน หากพระโลหิตของไทเฮารักษาได้ เหตุใดมิใช้ตั้งแต่แรกหรือเพคะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...