“หมอที่รักษาผู้คน ควรเป็นดั่งสายลมที่สะอาด สดใส และโปร่งใส แต่มินึกเลยว่าในสำนักหมอหลวงแห่งนี้ จะสกปรกถึงเพียงนี้!”
ลั่วชิงยวนออกแรงเพียงนิด คนตรงหน้าก็ร้องด้วยความเจ็บปวด
“ปล่อยข้า!”
“ท่านยังกล้าใช้กำลังที่สำนักหมอหลวงอีกหรือ?!”
หมอหลวงกลุ่มนั้นพากันล้อมเข้ามา
ดวงตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางลงมือทันที
โครม...
ประตูคลังโอสถถูกกระแทกจนเปิดออก
หมอหลวงหลายคนพากันล้มออกจากประตูทีละคน
มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
ทุกคนตกตะลึง มองสตรีที่ค่อย ๆ เดินออกมาจากคลังโอสถอย่างนิ่งงัน
พวกเขากลัวเกินกว่าจะเข้าไปใกล้
ลั่วชิงยวนเหลือบมองผู้คนบนพื้นอย่างเย็นชา และพูดอย่างเหยียดหยาม “สกปรกเยี่ยงนี้ ยาพวกนี้ข้าก็มิสนใจจะใช้หรอก!”
หลังจากพูดเช่นนั้น ลั่วชิงยวนก็เดินออกไป
ในเวลานี้ หมอหลวงชราคนหนึ่งเดินเข้ามาหานางอย่างช้า ๆ ด้วยการประคองของหมอหลวงอีกคนหนึ่ง
เขาดูแก่มาก ผมเปลี่ยนเป็นสีเทาทั้งศีรษะ และใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แต่เขาก็ยังเต็มไปด้วยอำนาจ
ทันทีที่เขามาถึง ทุกคนก็ทำความเคารพและพูดว่า “หัวหน้าสำนักหมอหลวง”
ดูเหมือนว่าบุคคลนี้จะได้รับความเคารพอย่างสูงและมีสถานะสูงในสำนักหมอหลวง
“พระชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการช่างหยิ่งยโสจริง ๆ! อายุน้อยนิด แค่มีความรู้ทางการแพทย์เล็กน้อยก็หยิ่งยโสแล้ว มิสนใจใคร! ยังกล้าลงมือใช้กำลังในสำนักหมอหลวงอีก!”
“ท่านคิดว่าท่านสามารถทำทุกอย่างที่ท่านต้องการเพราะมีอ๋องผู้สำเร็จราชการคอยหนุนหลังเช่นนั้นรึ!”
ลั่วชิงยวนเลิกคิ้วขึ้น แน่นอนว่าพวกเขาคงรู้ตัวตนของนางและสิ่งที่นางทำในวันนี้แล้ว
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำพยายามสร้างปัญหาให้นาง
“ข้าสามารถวินิจฉัยโรคขององค์จักรพรรดิสูงสุดได้ แต่พวกท่านทำมิได้ นี่มิได้พิสูจน์ว่า ข้ามีฝีมือทางการแพทย์สูงส่งเพียงใด แต่พิสูจน์ว่าพวกท่านไร้ความสามารถต่างหาก”
“คนในสำนักหมอหลวงทุกคนเป็นพวกไร้ประโยชน์กับหมดเลยหรือ? มิให้ความสำคัญกับทักษะทางการแพทย์ กลับเอาสมุนไพรของโรงหมอหลวงไปครอบครอง และเก็บซ่อนเอาไว้”
“เป็นข้าที่หยิ่งยโส หรือพวกท่านที่จิตใจคับแคบเกินไปกันแน่?”
ลั่วชิงยวนพูดจบอย่างเย็นชา และเริ่มเดินจากไป
แต่คำพูดมิกี่คำนี้ทำให้หัวหน้าสำนักหมอหลวงยกมือขึ้นกุมหน้าอก และจ้องมองไปที่ลั่วชิงยวนด้วยความโกรธ “ท่าน!”
ลั่วชิงยวนเพิ่งก้าวไปมิกี่ก้าว
จากนั้นก็มีเสียงร้องด้วยความตื่นตกใจว่า “หัวหน้าสำนักหมอหลวง! หัวหน้าสำนักหมอหลวง!”
จะให้นางต้องรับผิดชอบชีวิตหนึ่งโดยไร้เหตุผลเช่นนี้น่ะหรือ ไม่มีทางเสีบหรอก!
นางหันกลับไปทันที
ผลักผู้คนที่อยู่ล้อมรอบตัวหัวหน้าสำนักหมอหลวงออกไปอย่างมิเกรงใจ
นางนั่งยอง ๆ แล้วคว้าข้อมือของหัวหน้าสำนักหมอหลวง นางหยิบเข็มเงินออกมาแทงไปยังข้อมือของหัวหน้าสำนักหมอหลวง
ความเจ็บปวดเฉียบพลันทำให้หัวหน้าสำนักหมอหลวง ขมวดคิ้ว
ทุกคนที่อยู่ใกล้เคียงต่างตกใจ
“ท่านกำลังทำอะไร?!” ดวงตาของเจิ้งอู๋เหลียงเบิกกว้าง
“แน่นอนว่าช่วยคนน่ะสิ” น้ำเสียงของลั่วชิงยวนเย็นชา จากนั้นก็แทงเข็มเงินไปยังจุดฝังเข็มอื่น ๆ อีกหลายจุด
หลังจากนั้นมินานหัวหน้าสำนักหมอหลวง ก็ฟื้นขึ้นจริง ๆ
แต่เขาอ่อนแอมาก จากความเจ็บปวด
“อาจารย์!” เจิ้งอู๋เหลียงตะโกนอย่างกังวล
เนื่องจากบุคคลนี้เรียกเขาด้วยคำที่ต่างจากคนอื่น ลั่วชิงยวนจึงเฝ้าสังเกตเขาอยู่ครู่หนึ่ง
แม้จะตะโกนเรียกอาจารย์อย่างกังวลใจ แต่นอกเหนือจากเสียงดังแล้ว แต่ในสายตาของเขาไม่มีความตึงเครียดใด ๆ และไม่มีร่องรอยของความเศร้าโศกเลย
ดูคล้ายกำลังเสแสร้งอย่างไรอย่างนั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...