เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายนั้นจ้องเล่นงานนาง ไม่ว่าสุดท้ายจือเฉาจะเป็นหรือตาย ตราบใดที่นางแตะต้องร่างกายของจือเฉาก็ต้องโดนพิษไปด้วย
ระหว่างทางไปเรือนโอสถโดยมือจือเฉาอยู่ในอ้อมแขน เลือดที่ร้อนลวกก็หลั่งออกมาจากรอยแผลปริแตกบนแขนของนาง เลือดทะลักออกมาทันใดจนอาบย้อมให้อาภรณ์เป็นสีแดงฉาน
นางไม่สนใจความเจ็บปวดที่แขน หัวใจของนางร้อนรนเพียงต้องการจะช่วยชีวิตจือเฉาเท่านั้น
“พระชายา… บ่าวมีพิษ ปล่อยบ่าวไปเจ้าค่ะ…” จือเฉาอดกลั้นความเจ็บปวดเอ่ยออกมา พร้อมหลั่งน้ำตาอย่างเจ็บปวด
“เด็กโง่ หากปล่อยเจ้าไปแล้วเจ้าจะเป็นเยี่ยงไร? ทั้งร่างเจ้าเต็มไปด้วยพิษหากปล่อยไว้ก็เป็นอันตราย แน่นอนว่าเจ้าต้องแก้แค้น” แววตาลั่วชิงยวนคมกริบพร้อมเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
จือเฉายิ่งร่ำไห้หนัก นางไม่คิดว่าเรื่องจะกลับเป็นเช่นนี้และถึงกับลากพระชายาเข้ามาเกี่ยวด้วย
……
ภายในเรือนโอสถ
คนรับใช้หลายคนกำลังแทะเมล็ดแตงและพูดคุยกันอยู่
“พี่ซู แผนของเจ้านี่เฉลียวฉลาดเสียจริง โอสถนั่นเป็นพิษทั้งนั้นแล้วก็ไม่มีใครกล้าจะทดสอบ คราวแรกเราต้องเสียหลายร้อยตำลึงเงินเพื่อหากคนเป็นร้อยมาทดลองยา ข้าไม่คิดเลยว่า วันนี้จือเฉาจะมาทดสอบให้ เรื่องนี้ก็จบเสียที”
สวีเซียงเซียงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างภูมิใจ นางยิ้มแฝงนัยและบอกว่า “ไม่ต้องห่วง ทุกคนจะได้รับส่วนแบ่งนี้ ตอนเย็นข้าจะแบ่งเงินให้”
ต้องขอบคุณเฉียงเวยที่ช่วยนางคิดเรื่องนี้ นางได้ส่วนแบ่งมากกว่าร้อยตำลึง แม้ว่าจะโดนไล่ออกจากตำหนักอ๋องตอนนี้ นางก็มีเงินมากพอที่จะหาครอบครัวดี ๆ แต่งงานเข้าไปได้แล้ว
อีกทั้งจือเฉานั้นเป็นคนขลาดกลัว นางย่อมไม่กล้าเอาเรื่องนี้ไปฟ้องให้ใหญ่โตแน่
ทุกคนต่างก็กำลังมีความสุข แต่อึดใจต่อมาก็มีเสียงดังแหลมขึ้น…
“ข้าเองก็อยากได้ส่วนแบ่งเงินนั้นด้วย ดูซิว่าพวกเจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้ใช้เงินไหม”
ทุกคนต่างตกตะลึง
ลั่วชิงยวนรุดเข้ามาในเรือนโอสถพร้อมอุ้มจือเฉามาในอ้อมแขน คนรับใช้หลายคนต่างก็รีบกระโดดหนีไปหลบไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้ นั่นก็เป็นเพราะว่าตอนนี้ทั้งร่างของจือเฉาเต็มไปด้วยพิษ
สวีเซียงเซียงยิ่งหวาดกลัว “พระชายา ท่านบุกเข้ามาในเรือนโอสถเช่นนี้ต้องการอันใด?”
“เจ้าสินะที่เป็นคนหลอกจือเฉาให้ทดลองยา?” แววตาลั่วชิงยวนเย็นเยียบ นางยกเท้าขึ้นและถีบสวีเซียงเซียงเข้าที่ตำแหน่งหัวใจ
หลังจากปิดประตู ลั่วชิงยวนก็เปิดตู้เก็บโอสถทีละตู้และนำเครื่องยาสมุนไพรออกมาต้มในหม้อต้มยาที่อยู่มุมห้อง
จือเฉานั้นนอนอยู่บนเก้าอี้ บนหน้าอกนางแดงฉานไปด้วยเลือด จือเฉาอ้าปากแต่ว่ามีเพียงเสียงร้องครางอย่างเจ็บปวดเล็ดลอดออกมาเท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ได้ยินยิ่งวิตกนัก
“พระชายา…”
“เจ้าไม่ต้องกลัวจือเฉา ข้าจะช่วยเจ้าเอง ทนไว้ก่อน”
ลั่วชิงยวนรีบปรุงยาออกมาแล้วนำมาให้จือเฉา ก่อนค่อย ๆ ป้อนให้นางกินทีละช้อน
น้ำแกงยานั้นค่อนข้างร้อน ทั้งปากและลำคอของจือเฉาก็เต็มไปด้วยบาดแผล ทุกคำที่กลืนยาลงไปนั้นทำให้เจ็บปวดแสนสาหัสราวกับกลืนมีด ความเจ็บปวดนั้นทำให้นางหลั่งเหงื่อกาฬแ ละร้องไห้น้ำตาไหลพราก
ก่อนที่จะดื่มน้ำแกงยาหมดชาม ประตูขอเรือนโอสถก็ถูกผลักเปิดออก
มีเสียงเต็มไปด้วยโทสะดังเข้ามา “เครื่องยาสมุนไพรพวกนี้ล้ำค่าทั้งนั้น จือเฉาเป็นเพียงนางรับใช้คู่ควรกับมันงั้นรึ หากโดนท่านอ๋องตำหนิขึ้นมาใครจะรับไหว พวกเจ้าคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง”
เฉียงเวยแสร้งทำเป็นตำหนิเหล่านางรับใช้ และรีบเข้ามาฉวยชามน้ำแกงยาออกไปจากมือของลั่วชิงยวน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...