จังหวะที่นางพุ่งเข้ามาก็มีเงาทาบทับมาพอดี
ลั่วชิงยวนรับรู้ได้ดังนั้นนางจึงผุดลุกขึ้นพร้อมถือชามยาไว้แน่นในมือเพื่อปกป้องยาถอนพิษที่อยู่ในชามนั้น
เฉียงเวยพุ่งเข้าหาชามยาแต่นางก็ไม่คาดคิดว่าลั่วชิงยวนจะผลุนผลันลุกขึ้นเช่นนี้
ตอนที่ลั่วชิงยวนลุกขึ้นนั้นเอง หัวก็กระแทกเข้ากับคางของเฉียงเวยเต็มรัก
เมื่อเทียบขนาดร่างกายของลั่วชิงยวนเมื่อชนเข้ากับเฉียงเวยแล้ว แน่นอนว่าคนที่ต้องกระเด็นไปก็คือเฉียงเวย
เฉียงเวยล้มลงนั่งจ้ำเบ้ากับพื้น นางยกมือกุมปากไว้พร้อมทั้งมีเลือดหยดลงมาไม่หยุดจนเต็มไปทั้งฝ่ามือ ฟันของนางก็หลุดออกมาถึงสองซี่
“ท่าน ท่าน” เฉียงเวยชี้ลั่วชิงยวนอย่างโกรธเคือง นางกัดลิ้นตนเองจนเลือดออก ตอนนี้ก็เจ็บปวดจนไม่สามารถพูดเป็นประโยคได้
ลั่วชิงยวนปรายตามองเล็กน้อยก่อนที่จะย่อตัวลงนั่งป้อนยาจือเฉาต่อ นางรู้สึกปวดใจมากเมื่อเห็นจือเฉาร้องไห้อย่างทรมาน
“จือเฉาเร็วเข้า เจ้าต้องทนเจ็บปวดแล้วกินโอสถให้หมด”
มีอีกเงาหนึ่งทาบทับมา แปลว่ามีอีกผู้หนึ่งเดินเข้ามา
นางนั้นไม่กลัวที่จะต้องรับมือกับใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่นางกลัวเพียงแต่จะทำยาแก้พิษที่ยังกินไม่หมดนี้หกไปเสียก่อนเท่านั้น
การช่วยถอนพิษให้จือเฉาเป็นเรื่องด่วนที่สุด
จือเฉาเองก็รู้ว่ายานี้พระชายาไม่ได้ปรุงออกมาโดยง่าย แม้นางจะกลัวว่าจะโดนดุด่าหรือโดนลงโทษ แต่ยานี้ก็ถูกปรุงออกมาแล้วหากว่านางไม่กินมันลงไป พระชายาก็ต้องรับโทษไปอย่างไร้ประโยชน์
จือเฉากัดฟันทนความเจ็บปวด เงยหน้าดื่มยาที่เหลือจนหมด ยานั้นปนกับเลือดในปากของนางแต่นางก็กล้ำกลืนลงไป
ตอนนั้นเองก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาร่วม
“เฉียงเวย เจ้าเป็นอะไรไปรึ?” ทันทีที่ลั่วเยวี่ยอิงเดินเข้ามา นางก็เห็นเฉียงเวยมีเลือดกบปาก
เฉียงเวยคลานเข้าไปแทบเท้าลั่วเยวี่ยอิงพร้อมร้องไห้ “คุณหนูรองเจ้าคะ ฟันของบ่าว…”
หลังจากพูดจบนางก็ชี้อย่างเกรี้ยวกราดไปที่ลั่วชิงยวน
“พระชายาไม่ฟังคำใดก็ลงมือต่อยตีคน คุณหนูรองต้องให้ความยุติธรรมกับบ่าวนะเจ้าคะ”
โชคร้ายที่ตอนนี้นางไม่ใช่ลั่วชิงยวนคนเดิมอีกแล้ว
“น้องไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพี่พูดเจ้าค่ะ แต่ว่าทาสเองก็เป็นคนเหมือนเรา จะทำร้ายทารุณเช่นนี้ไม่ได้”
แม้ว่าตอนนี้ลั่วเยวี่ยอิงจะสวมผ้าโปร่งปิดหน้าอยู่ แต่นางก็หลุบตาลงต่ำและน้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยก็เศร้าเล็กน้อย เผยให้เห็นว่านางเองก็โดนกระทำเช่นเดียวกันซึ่งชวนให้ผู้ฟังสงสารยิ่งนัก
ลั่วชิงยวนยิ้มเย็น ก่อนยกมือขึ้นตบหน้านางฉาดใหญ่ “หากว่าเจ้าไม่เข้าใจ ข้าก็จะสอนให้รู้เอง”
แรงตบนั้นทำเอาผ้าปิดหน้าเกือบหลุด ลั่วเยวี่ยอิงรีบยกมือกุมแก้มไว้ สิ่งแรกที่นางทำก็คือรีบใส่ผ้าคลุมหน้าปิดไว้เช่นเดิมเพราะหวั่นเกรงว่าผู้อื่นจะเห็นริมฝีปากที่มีแต่บาดแผลของนาง
“ท่าน! พระชายา ท่านโหดร้ายนัก” เฉียงเวยโมโห
ลั่วชิงยวนมองเฉียงเวยสายตาเย็นเยียบ และสายตานี้ก็ทำให้เฉียงเวยหดคอกลับด้วยความหวาดกลัว
“ข้าแสร้งทำตัวน่าสงสารไม่เป็นหรอกนะ ข้าทำเป็นแค่ลงไม้ลงมือเท่านั้น หากว่าเจ้าอยากโดนตบข้าก็จะลงมือให้จนเจ้าพอใจเอง”
เมื่อมองเห็นว่า ลั่วเยวี่ยอิงนั้นมีสีหน้าเปี่ยมโทสะแต่ว่ามิกล้าโต้ตอบใด ก็ทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกโล่งใจขึ้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...