“ไทเฮาไม่มีหลักฐาน ต่งชูก็ตายไปแล้ว ไม่มีพยานอีกต่อไป ต่อให้พวกเขาปลอมแปลงหลักฐานก็ย่อมต้องใช้เวลา
“ท้ายที่สุดแล้ว อ๋องผู้สำเร็จราชการก็เป็นตำแหน่งสูงและสถานะมิธรรมดา หลักฐานที่พวกเขาปลอมแปลงจะต้องสมเหตุสมผลและไร้ช่องโหว่ เพื่อจะได้ตบตาเหล่าขุนนางทั้งหลายในราชสำนัก”
“เช่นนั้นถึงจะสามารถประหารฟู่เฉินหวนได้”
“ดังนั้น พวกเขาน่าจะต้องใช้เวลาในการสร้างหลักฐาน และฟู่เฉินหวนที่อยู่ในคุกตอนนี้น่าจะปลอดภัย”
“แต่คงจะหลีกเลี่ยงการทนทุกข์ทางกายมิได้ หม่อมฉันต้องขอให้จักรพรรดิมีราชโองการมิอนุญาตให้มีการทรมานในเรือนจำ”
หลังจากฟังการวิเคราะห์ของลั่วชิงยวน ฟู่จิ่งหลีก็สงบลง
เขาพยักหน้า “เรื่องคุก ข้าจะไปหาองค์จักรพรรดิเอง”
ลั่วชิงยวนคิดเรื่องนี้และพูดต่อ “ตราบใดที่เราหาหลักฐานและจุดอ่อนของพวกเขาเจอก่อนที่พวกเขาจะปลอมแปลงหลักฐานได้ เราก็สามารถบีบให้พวกเขาปล่อยตัวฟู่เฉินหวนออกมาได้”
ฟู่จิ่งหลีอดมิได้ที่จะถาม “แต่เสด็จพี่สามเข้าไปแล้ว และตอนนี้พวกเขายังสามารถควบคุมวังหลวงได้อย่างเบ็ดเสร็จ พวกเราจะยังหาหลักฐานและจุดอ่อนของพวกเขาได้หรือ?"
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วครุ่นคิดและค่อย ๆ พูดขึ้นมาว่า “หม่อมฉันอยากไปพระตำหนักโช่วสี่ ท่านและฝ่าบาทหาทางล่อไทเฮาออกจากพระตำหนักโช่วสี่ทีสิ”
ฟู่จิ่งหลีพยักหน้าเห็นด้วย “ไม่มีปัญหา”
จากนั้นฟู่จิ่งหลีก็ไปหารือเรื่องนี้กับองค์จักรพรรดิ
ลั่วชิงยวนนั่งลงข้างเตียง
จักรพรรดิสูงสุดกังวลเล็กน้อยในตอนแรก แต่เมื่อเห็นลั่วชิงยวนสงบนิ่งและฉลาดเฉลียวเช่นนี้ เขาก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น
ลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะถาม “องค์จักรพรรดิสูงสุดเพคะ เป็นพระชายาหลีจริง ๆ หรือที่ทำให้เกิดกลียุคในวัง?”
สีหน้าของจักรพรรดิสูงสุดเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ลั่วชิงยวนกล้าถามเรื่องต้องห้ามเช่นนี้ต่อหน้าเขา นับว่ากล้าหาญมากจริง ๆ
ลั่วชิงยวนอธิบายทันทีว่า “เป็นเพราะวันนี้เราจับคนที่ลอบปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิสูงสุดได้ นางมีนามว่าต่งชู เห็นได้ชัดว่านางเป็นคนของไทเฮา แต่นางกลับบอกว่า นางกำลังล้างแค้นให้พระชายาหลีเพคะ”
“หากนางเป็นคนของพระชายาหลีจริง ๆ ไทเฮาจะปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่ และเก็บนางไว้ข้างกายมานานหลายปีได้อย่างไร?”
“เว้นแต่ว่า คนผู้นี้ศิโรราบต่อไทเฮาแล้วและมีประโยชน์ต่อพระนาง”
“เพราะฉะนั้นหม่อมฉันจึงเดาว่า กลียุคในวังอาจเกี่ยวข้องกับไทเฮาด้วยหรือไม่?”
อย่างน้อยในตอนนี้ เขายังมีสติ และความเจ็บปวดที่ทนอยู่ก็เป็นเพียงความเจ็บปวดทางร่างกายเท่านั้น
“ดูเหมือนว่า กระหม่อมจะมาเร็วไปหน่อย กระหม่อมยังต้องรอให้อ๋องผู้สำเร็จราชการถูกทรมานอย่างรุนแรงก่อน จึงจะถามอะไรที่มีประโยชน์ได้”
มหาราชาจารย์เหยียนพูดช้า ๆ ขณะเดินเอามือไพล่หลัง
ฟู่เฉินหวนมิได้พูดอะไร
เสียงเดียวที่เหลืออยู่ในห้องขังคือเสียงแส้ยาวดังสนั่น ทุกครั้งที่ถูกแส้ฟาก ผิวหนังก็จะแตกออก หยดเลือดซึมออกมา
มินานหลังจากนั้น ฟู่เฉินหวนก็หน้าซีด และเลือดบนใบหน้าก็ทำให้เขาดูกระหายเลือดมากยิ่งขึ้น
มหาราชาจารย์เหยียนโกรธเล็กน้อย พลางหรี่ตาลงมองไปที่ฟู่เฉินหวน
ทุกคนล้วนมีจุดอ่อน เขามิเชื่อว่าฟู่เฉินหวนจะไม่มี!
เขาเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ
“อันที่จริง ครั้งนี้อ๋องผู้สำเร็จราชการตำหนิลั่วชิงยวนได้เต็มที่ทีเดียว ตอนนี้ควรเป็นลั่วชิงยวนที่ถูกลงโทษที่นี่แทนที่จะเป็นท่าน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...