เขาเอียงร่างเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตี รวบรวมกำลังภายในไว้ในฝ่ามือ กัดฟัน และปล่อยกำลังภายในออกไปอย่างรุนแรง
ทันใดนั้นเขี้ยวเหล็กเล่มหนึ่งในร่างพุ่งออกมาอย่างแรง
พลังนั้นแข็งแกร่งมากจนเขี้ยวเหล็กถูกสะบัดออก และพุ่งเข้าใส่ร่างของลั่วฉิงโดยตรง
ในระยะใกล้เช่นนี้ ลั่วฉิงมิอาจหลบเลี่ยงได้ทัน
นางร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด ทั้งร่างถูกกระแทกจนปลิวออกไป
เขี้ยวเหล็กปักกลางหน้าอกของนาง ลั่วฉิงล้มลงกับพื้นอย่างแรง และกระอักเลือดออกมา
นางมิเคยคิดเลยว่าวันหนึ่งนางจะถูกเขี้ยวเหล็กของนางเองเล่นงานเช่นนี้
ฟู่เฉินหวนยืนขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาลึกล้ำฉายแววเย็นชา
สายตาเย็นยะเยือกนั้นทำให้รู้สึกราวกับอยู่ในห้องน้ำแข็งใต้ดิน
ลั่วฉิงตกใจมาก "นี่เจ้าแค่แสร้งทำรึ!"
ฟู่เฉินหวนอดทนต่อความเจ็บปวดที่ไหล่ของเขา และเดินไปหาลั่วฉิงช้า ๆ “ถ้ามิทำเช่นนี้ ข้าจะทำให้เจ้าสาหัสได้อย่างไร”
แววตาเขาเย็นเยียบ ก่อนที่เขาจะก้มลงหยิบดาบของลั่วฉิงขึ้นมา
เมื่อลั่วฉิงเห็นสิ่งนี้ก็ตื่นตระหนกทันที นางปามีดสั้นออกไปจากฝ่ามือ
ฟู่เฉินหวนเอียงตัวหลบได้ทัน
ลั่วฉิงใช้โอกาสนี้รีบลุกขึ้นและวิ่งหนีไปทันที
เมื่อฟู่เฉินหวนมองกลับไป ร่างของลั่วฉิงก็วิ่งหนีไปไกลแล้ว เขาจึงมิได้ไล่ตามนาง
จนกระทั่งร่างของลั่วฉิงหายไปจากสายตา เขาก็มิสามารถทนได้อีกต่อไป ถอยไปสองก้าวพิงต้นไม้อย่างไร้เรี่ยวแรง เลือดสดพุ่งออกจากปาก
เขายกแขนขึ้นเช็ดเลือด
เซียวชูรีบกลับมา “ท่านอ๋อง!”
เมื่อเห็นท่านอ๋องที่ร่างอาบไปด้วยเลือด เซียวชูก็กังวลอย่างมาก "เหตุใดท่านอ๋องถึงใช้วิธีเสี่ยงเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ?"
ฟู่เฉินหวนกล่าวเสียงทุ้มต่ำ "หาไม่แล้ว จะสลัดกลุ่มคนพวกนี้ไปได้อย่างไร"
พวกเขาถูกไล่ล่ามาตลอดทาง และเสียเวลามากเกินไปในการพยายามสลัดกลุ่มมือสังหารเหล่านี้
ยิ่งเสียเวลาไปอีกวัน เขาก็ยิ่งเป็นห่วงลั่วชิงยวนมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นจะรอช้ามิได้อีก
เซียวชูแบกฟู่เฉินหวนไว้บนหลังของเขาทันทีและวิ่งออกจากป่าไป
ลั่วชิงยวนซึ่งเต็มไปด้วยเลือดและผมเผ้ายุ่งเหยิงพิงกำแพงอยู่ แสงจันทร์สาดส่องบนใบหน้าของนางเผยความขาวซีด ราวกับไร้เลือดฝาด
“ชิงยวน!”
ทันใดนั้นลั่วอวิ๋นสี่ก็ตะโกนอย่างกระวนกระวายใจ และปลุกลั่วชิงยวนให้ตื่นขึ้นจากภวังค์
“มีข่าวอะไรหรือ?”
ลั่วอวิ๋นสี่หายใจด้วยความโล่งอกและส่ายหน้า "ข้าขอโทษที่รบกวนการนอนหลับของเจ้า ข้าแค่เห็นเจ้า ... "
เกือบคิดว่านางตายไปแล้ว
ลั่วชิงยวนเข้าใจสิ่งที่นางหมายถึง จึงยิ้มเบา ๆ และหลับตาอีกครั้ง "มิต้องห่วง ข้ามิตายง่าย ๆ หรอก"
“ข้าจัดการมันมาได้หลายวันแล้ว อดทนอีกแค่มิกี่วันเท่านั้น”
“เรายังได้ผลาญกำลังพลของพวกนอกด่านไปมิน้อย หากคิดเช่นนี้ ก็ถือว่ามิขาดทุน”
ลั่วอวิ๋นสี่มิอยากพูดขัดจึงเงียบ แล้วนั่งลงข้าง ๆ นาง
ในสถานการณ์ปัจจุบัน หากได้มองเห็นดวงอาทิตย์ในวันรุ่งขึ้น ก็หมายความว่าได้มีชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งวัน
อดทนอีกแค่มิกี่วัน เพียงพูดนั้นช่างง่ายดาย แต่อันที่จริงแล้วเป็นเรื่องยากเย็นนัก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...