แต่เขาบอกหล่างมู่ว่าเป็นอาของเขางั้นหรือ?
หล่างมู่ถาม “อา? ข้าเคยมีอาตั้งแต่เมื่อใดกัน? เสด็จพ่อ ท่านมิเคยพูดถึงเลยนี่”
ราชาเผ่านอกด่านพูดอย่างจริงจัง "ตอนที่ข้าพบนาง นางยังเป็นเด็กสาว ย้อนกลับไปยามนั้น นางมาฝึกฝนตัวเองที่เผ่านอกด่านและบังเอิญติดกับดักล่าสัตว์ของข้า นางคิดว่าข้าจะจับนาง เราเลยประมือกันไปหนึ่งกระบวนท่า”
“ด้วยเหตุนี้ การประมือกันครั้งนั้นทำให้เราได้รู้จักกัน จนได้กลายเป็นสหายสนิทกันตั้งแต่ครั้นเยาว์วัย”
“ในเวลานั้น เผ่านอกด่านยังคงวุ่นวายมาก แต่ละเผ่าต่อสู้แย่งชิงอาหารกัน ชนเผ่าที่โหดร้ายถึงกับกินเนื้อคนของพวกเขาเองด้วยซ้ำ”
“ข้าหัวเดียวกระเทียบลีบและยังต้องดูแลน้องชาย ข้ามีชีวิตที่ยากลำบากมากท่ามกลางเผ่านอกด่าน ข้าถูกขายให้เป็นทาสและเกือบเอาชีวิตมิรอด ต้องขอบใจลั่วอิง นางช่วยข้าไว้เสมอ”
“นางยังช่วยให้ข้าก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของเผ่าปีกอินทรี ทำให้เรามีชีวิตที่ค่อนข้างมั่นคงขึ้นมาบ้าง”
“ต่อมา เพื่อขยายอาณาเขตและเพิ่มความแข็งแกร่งของเผ่า ข้าจึงแต่งงานกับแม่ของเจ้าซึ่งเป็นหัวหน้าของเผ่างูทะยานในเวลานั้น”
"หากไม่มีลั่วอิง ข้าคงมิเป็นข้าอย่างในยามนี้"
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ตกตะลึง
ที่แท้แล้วในวัยเยาว์ อาจารย์ยังเคยมีเรื่องราวเช่นนี้มาก่อนด้วย
เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่อาจารย์และราชาเผ่านอกด่านเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน
“แล้วนางไปแคว้นเทียนเชวียได้อย่างไร?” หล่างมู่ถามอย่างสงสัย
ราชาเผ่านอกด่านถอนหายใจ "นางไปกับน้องชายของข้า"
ลั่วชิงยวนรู้สึกสะท้านในใจ
ทันใดนั้นการคาดเดาที่กล้าหาญขึ้นในใจ
“ลั่วไห่ผิง เป็นน้องชายของท่านหรือ?” ยิ่งลั่วชิงยวนมองไปที่ราชาเผ่านอกด่านตรงหน้ามากเท่าไร นางก็ยิ่งแยกแยะความแตกต่างระหว่างเขากับลั่วไห่ผิงได้มากเท่านั้น
แม้ว่าพวกเขาจะดูคล้ายกัน แต่ราชาเผ่านอกด่านก็มีโครงหน้าที่คมคายกว่า และมีคิ้วที่แหลมคมกว่า แม้ว่าเขาจะป่วยและอ่อนแอ แต่เขาก็ยังมีความสง่างามอย่างบุรุษผู้แข็งแกร่ง
นี่คือสิ่งที่ลั่วไห่ผิงไม่มี
“ลั่วไห่ผิง?” ราชาแห่งเผ่านอกด่านรู้สึกมิค่อยคุ้นกับคำสามคำนี้เลย
ลั่วชิงยวนกล่าวว่า "เขาเกือบจะดูเหมือนกับท่านทุกประการทีเดียว"
ราชาเผ่านอกด่านพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม "ที่แท้เขาเปลี่ยนชื่อเป็นลั่วไห่ผิงแล้วนี่เอง"
“เขาแซ่ลั่ว แล้วเจ้าเป็นอะไรกับเขาหรือ?” ราชาเผ่านอกด่านคิดถึงเรื่องนี้และมองลั่วชิงยวนอย่างนึกสงสัย
ลั่วชิงยวนรู้สึกหนักใจ "เขา... คือท่านพ่อของข้า"
“น้องชายของข้าอายุน้อยกว่าข้าสิบปี ยามที่ข้าต่อสู้กับเผ่านอกด่านแต่ละเผ่า เขามีอายุเพียงเจ็ดหรือแปดปีเท่านั้น”
“หลังจากพบกับลั่วอิง นางช่วยข้าหาทางส่งน้องชายของข้าให้กับพ่อค้าคนหนึ่งที่ผ่านมา โดยหวังว่าเขาจะมีชีวิตที่ดีกว่า”
“น้องชายของข้าอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก เขามิสอาจอยู่รอดได้ท่ามกลางเผ่านอกด่านเหล่านี้ ดังนั้นเราจึงทำได้เพียงส่งเขาออกไปเท่านั้น”
“ลั่วอิงสัญญากับข้าว่านางจะไปยังแคว้นเทียนเชวียเพื่อตามหาเขาในภายหลัง และจะช่วยข้าดูแลเขาให้”
“ข้ามิรู้ ถึงเรื่องราวชีวิตของลั่วไห่ผิงที่เจ้าพูดถึงเลย”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็พลันเข้าใจอะไรบางอย่าง
เช่นนั้นอาจารย์ของนางเป็นคนปลอมประวัติให้ลั่วไห่ผิง? แล้วค่อย ๆ ช่วยเขาก้าวขึ้นเป็นอัครเสนาบดีของแคว้นเทียนเชวีย
นางทำทุกอย่างให้ลั่วไห่ผิงมากมายเพียงนั้น เพราะนางรักลั่วไห่ผิงอย่างนั้นหรือ? หรือเป็นเพราะสัญญากับราชาเผ่านอกด่าน?
“หากเจ้าเป็นลูกสาวของน้องชายข้า เช่นนั้นเจ้าย่อมรู้จักลั่วอิงใช่หรือไม่?” จู่ ๆ ราชาเผ่านอกด่านก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ตื่นเต้นยิ่งกว่าการได้รู้ข่าวคราวของน้องชายตนเสียอีก
ลั่วชิงยวนมองเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
นางพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "นาง..."

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...