ข้ายุ่งอยู่กับทํานาในตำหนักเย็น นิยาย บท 11

ภาพจำในค่ำคืนนั้นบนหลังคาวังปรากฎขึ้นมาอีกครั้งในความคิด ทันใดนั้นก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที

"ทายานี้สามเวลา เช้า กลางวัน เย็น พรุ่งนี้อาการบวมน่าจะทุเลาลง" ลู่ยุ๋นหลัวนำยาออกมาจากห้องของนาง 1 ขวดและค่อย ๆ ทายาให้หยินซวางอย่างเบามือ ยานี้เป็นยาจากมิติพิเศษที่นางปรุงขึ้นมา เป็นยาลดอาการบวมโดยพิเศษ

"ถ้าภายหลังใครกล้าลงไม้ลงมือกับเจ้า เจ้าจงลงมือกับผู้นั้นกลับไปเพื่อเป็นการเห็นแก่ข้า !" นางไม่ใช่คนที่จะยอมเพลี่ยงพล้าง่าย ๆ

"เจ้าค่ะ !"  หยินซวางพนักหน้า

นายหญิงของนางตอนนี้ไม่ใช่นายหญิงคนก่อนแล้ว หลังจากนี้จะไม่ทำให้นายหญิงเสียหน้าอีก

ภายในห้องทรงตำรา

จี้อู๋เจวี๋ยสวมฉลองพระองค์ลายมังกรสีแดงเข้มขลิบด้วยดิ้นสีทอง บนพระเศียรสวมไว้ด้วยมงกุฎสีทองแกมม่วงประดับหยกรับกับพระพักตร์ที่คมเข้มและหล่อเหลา

ปีนี้ตั้งแต่ช่วงเวลาคิมหันต์(คิมหันต์ หมายถึงฤดูร้อน)พื้นที่ส่วนใหญ่แล้งฝนมาเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าจะเก็บเกี่ยวได้น้อยลงและเมื่อเข้าเหมันต์(เหมันต์ หมายถึงฤดูหนาว)จะต้องเข้าสู้ภาวะขาดแคลนอาหารเป็นแน่

หากจัดการเรื่องนี้ไม่ถูกที่ควร และเมื่อความรุนแรงทวีขึ้น จะต้องเกิดความวุ่นวายสั่นคลอนต่อประเทศแน่นอน

เขาวางตำราที่ใช้บันทึกลงขณะมีอาการปวดศรีษะเล็กน้อย ขันทีเฉาจงฉวนจึงสั่งให้นางข้าหลวงนำกาเหล้าขึ้นมาให้

"ฝ่าบาท เหยากุ้ยเหรินได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงโปรดเสวยเหล้าดอกบัวเป็นพิเศษ ตัวข้าจึงต้มเองกับมือให้คนมาถวายให้ท่าน"

นางข้าหลวงรินเหล้าจนเต็มจอกและถอยหลังกลับไป

กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกบัวสัมผัสได้บริเวณปลายจมูก แต่กลับไร้ซึ่งกลิ่นเหล้าอันบริสุทธิ์ ซึ่งต่างกับหญิงที่องค์จักรพรรดิตามหาที่เคยให้เสวยต่างกันลิบลับ

จี้อู๋เจวี๋ยรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย

ตัวพระองค์เองทรงดำริว่าถ้าตามรอยหลักฐานจากรูปวาดในตำราจะสามารถหานางพบ แต่กลับทราบเพียงคนขายตำราซึ่งเป็นขันทีนามว่าเสี่ยวลู่จึ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว

แน่นอนว่าแปดเก้าในสิบส่วน(แปดเก้าในสิบส่วน หมายถึงมีโอกาสเป็นไปได้มาก)ขันทีนั่นต้องเป็นนางที่ปลอมตัวมา

และเป็นไปตามคาด เมื่อตรวจสอบรายชื่อของคนในตำหนักใน กลับไม่พบชื่อขันทีนามเสี่ยวลู่จึ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ายุ่งอยู่กับทํานาในตำหนักเย็น