องค์ชาย(ไม่)เอาถ่าน นิยาย บท 21

มีวิธีแก้ไขอย่างอื่นอีกอย่างนั้นหรือ

ที่ฟังเข้าใจมากกว่านี้อย่างนั้นหรือ

เมื่อหลี่จุ่นพูดแบบนี้ออกไป ก็ทำให้นัยน์ตาของทุกผู้ที่อยู่ในท้องพระโรงเปล่งประกายขึ้นมา โดยเฉพาะทุกคนในราชสำนักที่เมื่อครู่กำลังฉงน รีบสนใจขึ้นมาทันที

หลี่เหวินจวินและอวี้เจียต่างมองไปที่หลี่จุ่น

หลี่จุ่นหัวเราะเล็กน้อย ทว่าสวมหน้ากากอยู่ จึงทำให้มองสีหน้าของเขาไม่ชัด

โจทย์ไก่กับกระต่ายอยู่ในกรงเดียวกันถูกศึกษามานับครั้งไม่ถ้วนในรุ่นลูกหท้องพระโรง มีวิธีแก้โจทย์ที่ง่ายและเข้าใจได้ไม่ยากมากมาย แม้หลักการจะเหมือนกัน แต่มุมเข้าใจต่างกัน

ที่หลี่จุ่นจะพูดคือ ‘วิธีตั้งสมมติฐาน’ และ ‘วิธีไก่ขาเดียว’ ที่คนรุ่นหลังนิยมใช้

ทุกคนต่างมองไปที่หลี่จุ่น นัยน์ตาเต็มไปด้วยความคาดหวังและความสงสัย

หลี่จุ่นไม่พูดให้มากความ เขาเริ่มพูดขึ้นว่า “อย่างแรกสมมติให้กระต่ายหดขาไปก่อนสองขา ทำเป็นว่ามันคือไก่ เช่นนั้นตอนนี้จำนวนขาของไก่และกระต่ายทั้งหมดในเล้า จะเป็นสองเท่าของจำนวนหัว และเป็นเจ็ดสิบขา สองเท่าของสามสิบห้าหัว เทียบกับจำนวนขาทั้งหมดเก้าสิบสี่ ยังขาดอีกยี่สิบสี่ขา เช่นนั้นจำนวนขาที่ขาดไปเป็นของใคร”

หลี่จุ่นถามไปทางเหล่าผู้คน

นัยน์ตาของทุกคนในราชสำนักพลันประกายความสงสัยขึ้นมา รีบคิดวิเคราะห์กันทันที

ทว่าหลี่จุ่นพูดอย่างชัดเจนขนาดนี้แล้ว ตอนนี้เองไม่นานก็มีการตอบสนองกลับมา

นัยน์ตาของอวี้เจียแฝงไปด้วยความสงสัย สายตาแหลมคมปากไว แย่งเอ่ยขึ้นมา “เป็นขาของกระต่าย!”

หลี่จุ่นพยักหน้า น้ำเสียงแฝงไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆ เขาเอ่ย

“ถูกต้อง มีเพียงขากระต่ายที่หดไป ฉะนั้นจำนวนสองขาของกระต่ายที่หดไปนี้ กระต่ายสองขามีเพียงหัวเดียว หนึ่งหัวก็หนึ่งตัว เช่นนั้น ด้วยเหตุนี้จำนวนกระต่ายน่าจะเป็นครึ่งหนึ่งของยี่สิบสี่ขา ซึ่งเท่ากับสิบสองตัว! สรุปคือเอาจำนวนหัวลบออกไปยี่สิบตัว ที่เหลือก็คือจำนวนของไก่แล้ว”

ซึ่งนี่ก็คือวิธียกขา!

ไม่ได้มีเพียงกระต่ายยกขา แต่ยังมีไก่ยกขาด้วย ทั้งหมดล้วนเป็นวิธีแก้โจทย์แบบยกขา ทว่าที่หลี่จุ่นเลือกเป็นวิธีแก้โจทย์ที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด จบในขั้นตอนเดียวเลย!

เมื่อฟังจบ ทุกคนในราชสำนักต่างเข้าใจกันในทันที วิจารณ์ขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“ที่แท้ข้อนี้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง...”

“เมื่อได้ฟังเช่นนี้ ข้าก็เข้าใจแล้ว จับกระต่ายยกขา เช่นนั้นหัวกับขาก็เป็นจำนวนสองเท่า ลบอีกที ก็ได้คำตอบแล้วไม่ใช่หรือ”

“ใช่แล้ว เช่นนี้ละก็ข้าเข้าใจแล้ว!”

“ช่างเก่งกาจจริงๆ!”

หลี่เจิ้งหัวเราะพลางเอ่ย “ท่านผู้สันโดษเก่งกาจจริงๆ ทำให้ข้าได้เปิดโลกยิ่งนัก!”

ใบหน้าของหลี่เหวินจวินก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน กระทั่งมีความตกตะลึงอยู่เล็กน้อย นางพยายามเข้าใจโดยอาศัยปัญญาของตน คิดหาผลลัพธ์ออกมาทื่อๆ ทว่าผู้สันโดษหยางหมิงผู้นี้กลับใช้วิธีนี้แก้โจทย์ได้อย่างดี ทำให้ทุกคนเข้าใจได้

ช่างเก่งกาจจริงๆ!

มีปัญญาเลิศล้ำมากกว่าตนเสียอีก!

ในใจของพวกอวี้เจียสามคนรู้สึกฉงนไปหมด ไม่นึกเลยว่าโจทย์ที่ออกโดยอาศัยแรงคนทั้งแผ่นดิน เมื่อออกจากปากเขาจะดูง่ายขนาดนี้ เพียงแค่ใช้คำพูดรวบรัดก็แก้ออกมาได้อย่างง่ายดาย!

เหนือความคาดหมายจริงๆ!

ราชวงศ์อู่ของตาแก่นี่ มีอัจฉริยะแบบนี้ได้อย่างไร

สีหน้าของอวี้เจียมีความสับสนเล็กน้อย จากนั้นรีบเอ่ยขึ้นว่า

“ท่านช่างเป็นอัจฉริยะไม่เป็นสองจริงๆ อวี้เจียเลื่อมใส! แต่ว่า ข้อสุดท้ายที่เหลือ คงไม่ได้แก้ง่ายถึงเพียงนั้น หากท่านยังแก้โจทย์ออกมาได้ อวี้เจียยินดีกราบท่านเป็นอาจารย์!”

สีหน้าของหลี่จุ่นกลัดกลุ้มไปโดยพลัน เขารีบเอ่ยขึ้น “ท่านหญิงอวี้เจีย อย่าดีกว่า ข้าไม่อยากรับศิษย์!”

ให้ตายเถอะ แม่สาวน้อยท่าทางผู้ดีอย่างนี้ คิดว่าเธอยอมกราบฉันเป็นอาจารย์แล้วฉันต้องยอมรับเหรอ

พูดเหมือนกับฉันขอให้เธอมากราบฉันเป็นอาจารย์อย่างนั้นแหละ!

แต่ทว่า ท่าทีของอวี้เจียเด็ดเดี่ยว นางเอ่ยว่า “ขอท่านอธิบายข้อสุดท้ายด้วยเถิด!”

หลี่จุ่นมองนางทีหนึ่ง แอบส่ายหน้าเงียบๆ เพียงลำพัง พลันพูดอธิบายข้อสุดท้ายขึ้นมาในทันที

“ข้อที่สามนี้ บอกว่ามีคนผู้หนึ่งเทเหล้าดื่ม เมื่อคนผู้นี้ดื่มเหล้าเสร็จ ระหว่างทางเจอร้านเหล้าก็เลยเติมเหล้าในกาเพิ่มอีกเท่าตัว พอถึงโรงน้ำชาก็ดื่มเหล้าในกาไปจอกหนึ่ง เมื่อคนผู้นี้เจอร้านเหล้ากับโรงน้ำชาอย่างละสามครั้งแล้วดื่มเหล้าในกาจนหมด ถามว่าคนผู้นี้เทเหล้าไปทั้งหมดกี่จอก”

อวี้เจียรีบพูดขึ้นทันใด “ที่ท่านกล่าวมาไม่มีผิด!”

หลี่จุ่นผงกหัวหงึกๆ

เมื่อได้ยินข้อนี้ ทุกคนในราชสำนักต่างเริ่มครุ่นคิดกันอีกครั้ง หลี่เหวินจวินเองก็เริ่มคิดเช่นกัน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชาย(ไม่)เอาถ่าน