แต่ว่า ตอนที่โจวเหลียงเวิ่นสลับกระเป๋าซื่อฟางเป่าจ้วง ก็เดาเอาไว้แล้วว่ามือถือจะต้องเป็นสิ่งสำคัญที่อีกฝ่ายตรวจค้น ดังนั้นจึงเตรียมแผนรับมือเอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว นำเบาะแสที่มีค่าทั้งหมดลบอย่างสะอาดหมดจดไปหมดแล้ว
มือถือไม่มีแบตฯ ก็เป็นความตั้งใจของเขา ก็เพื่อพิสูจน์หลักฐานหน่อยว่า อีกฝ่ายจะตรวจมือถือของตนเองหรือไม่ รวมทั้งอีกฝ่ายทำงานได้ละเอียดรอบคอบเหมือนกันกับตนหรือไม่
ตอนนี้ หลังจากที่เปิดมือถือยังมีแบตฯอยู่70% ก็หมายความว่าอีกฝ่ายทำงานไม่ได้ไม่ละเอียดรอบคอบเท่ากับตน ถ้าหากเป็นตนจัดการเรื่องนี้ ในเมื่อมือถืออยู่ในสถานะที่ไม่มีแบตฯ ถ้าอย่างนั้นหลังจากที่ก๊อปปี้ข้อมูลเสร็จ ก็จะต้องใช้แบตฯของมือถือเครื่องนี้ให้หมด จนปิดเครื่องไปเอง
ดังนั้น ในเวลานี้เอง ในใจของโจวเหลียงเวิ่นถึงได้โล่งอกถึงที่สุด
เมื่อเห็นความสะเพร่าด้านนี้ของตระกูลรอธส์ไชลด์ นี่ทำให้เขาเชื่อมั่นว่า เย่เฉินจะต้องมีหนทาง นำซื่อฟางเป่าจ้วงออกไปจากนครนิวยอร์ก ภายใต้การอารักขาอย่างเข้มงวดของตระกูลรอธส์ไชลด์อย่างแน่นอน
ไม่แน่ว่า ตอนนี้มันก็อาจจะอยู่ระหว่างทางกลับไปที่หัวเซี่ยแล้วก็ได้!
เวลานี้ ผู้พิพากษาใหญ่ที่อยู่ด้านข้างก็อับอายเป็นอย่างยิ่ง รีบกล่าวให้คำมั่นสัญญา: “คุณโจววางใจ ผมจะนำเรื่องนี้รายงานกลับไปยังตำรวจนครนิวยอร์ก ให้พวกเขาสอบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียด ดูว่าเป็นใครกันแน่ที่ใช้มือถือของคุณ”
โจวเหลียงเวิ่นยิ้มเล็กน้อยทันที กล่าวอย่างใจกว้าง: “ช่างเถอะผู้พิพากษาใหญ่ เรื่องนี้ผมก็ไม่เอาความแล้ว”
ผู้พิพากษากับไบรอันถอนหายใจยาวพร้อมกัน ถ้าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ก็จะเป็นข่าวฉาวอีกเรื่องของหน่วยงานตุลาการ ถ้าหากเกิดการตอบโต้แบบลูกโซ่ขึ้นอีกครั้ง ผลที่ตามจะต้องต้านทานไม่ไหวจริงๆ
ดังนั้นผู้พิพากษาใหญ่รีบยื่นเอกสารให้แก่โจวเหลียงเวิ่น เอ่ยปากกล่าว: “ถ้าหากว่าคุณโจวไม่มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการปล่อยตัวละก็ รบกวนเซ็นชื่อที่ด้านบนด้วย หลังจากเซ็นชื่อแล้ว เอกสารนี้จะมีผลทันที คุณก็จะเป็นอิสระ”
โจวเหลียงเวิ่นพยักหน้า หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อของตนเองลงบนตำแหน่งเซ็นชื่อ
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...