เชิงเขาอารามชิงจ้าว ในเวลานี้
เย่เฉินยังคงไม่ได้ทำการตัดสินใจเกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้
ถ้าหากไปทั้งแบบนี้ อันที่จริงมีความไม่ยินยอมใจอยู่บ้าง
แต่ว่า การวิเคราะห์ของหลินหว่านเอ๋อร์ก็ไม่ใช่ไม่มีเหตุผล
มีคนลำบากเพียงเพื่อเตือนสติตัวเอง ถ้าหากตนยังคงดึงดัน อาจจะดูเป็นการถือดีเกินไปหน่อย
เมื่อนึกถึงคำว่ารัถือดีสองคำนี้ เย่เฉินก็ตระหนักได้ทันที พละกำลังของตนในเวลานี้ เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้จัก อันที่จริงยังด้อยกว่าอยู่มาก
เมื่อครุ่นคิดครู่หนึ่ง เย่เฉินฝืนยิ้ม กล่าวอย่างสงบ: “ซือไท่ท่านนั้นคงจะพูดถูก พละกำลังของผมแม้แต่อู๋เฟยเยี่ยนยังสู้ไม่ได้ ไม่ควรถือดีมากเกินไป อีกอย่าง ซือไท่นั้นรู้ข้อมูลกับการเคลื่อนไหวของคุณและผม คิดว่าไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน”
พูดไป เย่เฉินจ้องมองหลินหว่านเอ๋อร์ กล่าวอย่างจริงจัง: “คุณหลินฉลาดกว่าผม ปัญหามากมายคิดได้ลึกกว่าผม แล้วก็มองได้ทะลุปรุโปร่งกว่าผม ในเมื่อคุณเกลี้ยกล่อมให้ผมหยุด ถ้าอย่างนั้นผมจะฟังที่คุณเตือน กินข้าวเสร็จ เรากลับไปที่เมืองจินหลิงกันเถอะ”
หลินหว่านเอ๋อร์ที่ตื่นเต้นในที่สุดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เธอกลัวว่าเย่เฉินเกิดโมโหขึ้นมา ไม่ว่าใครพูดอะไรก็จะไม่หวั่นไหวไม่ว่าใครจะพูดยังไง
เย่เฉินตอนนี้บอกว่าจะกลับไป แน่นอนว่าเธอย่อมโล่งอกโล่งใจ
ดังนั้น เธอเหมือนกับผู้หญิงอีคิวสูงคนหนึ่งที่กำลังเกลี้ยกล่อมแฟนหนุ่มที่ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ของตน โอบแขนของเขาเอาไว้ กล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ถึงแม้ว่าวันนี้คุณชายจะหยุดอยู่ตรงนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดอยู่ตรงนี้ตลอดไป เพียงแค่ครั้งนี้พอแค่นี้ก่อน กลับไปพักผ่อนและปรับปรุง หลังจากเตรียมการเต็มที่แล้ว รอให้มีโอกาสที่เหมาะสมกว่านี้ค่อยมาอีกครั้ง ผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่มักจะกล่าว่า นี่เรียกว่าการล่าถอยเชิงยุทธศาสตร์”
“ใช่แล้ว”หลินหว่านเอ๋อร์ที่กอดแขนของเย่เฉินเอาไว้ ออกแรงลากแขนของเย่เฉินลงอย่างออดอ้อน ใบหน้ายิ้มแย้ม กล่าวอย่างเขินอาย: “ในใจของคุณชายเห็นพวกเขาสองคนเป็นยอดเขาเอเวอเรสต์กับยอดเขาเคทูก็พอแล้ว วันนี้อารามชิงจ้าว นี้ก็คือจุดหมายปลายทางของเป้าหมายในครั้งแรก ครั้งต่อไปก็ถือเอาที่นี่เป็นค่ายฐานของเป้าหมาย ค่อยๆเดินไปข้างหน้าทีละก้าวๆ จะต้องมีวันนั้นที่สำเร็จ”
เย่เฉินถอนหายใจเสียงเบา พยักหน้ากล่าว: “ก็ทำได้แค่นี้แล้วละ”
เมื่อหลินหว่านเอ๋อร์ได้ยินเย่เฉินมีความสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย ภายในใจก็วางใจขึ้นมาก
เธอในเวลานี้ ราวกับสาวน้อยที่เพิ่งออกเรือนในสมัยโบราณ ในสายตามีเพียงแค่“สามี”ของตัวเองเท่านั้น “สามี”ก็คือทุกอย่างของตัวเอง “สามี”มีความสุข น้ำต้มผักที่ขมก็ว่าหวาน แต่ถ้าหาก“สามี”ไม่มีความสุข แม้ว่าเป็นอาหารชั้นเลิศก็ทำให้เธอรู้สึกราวกับไร้รสชาติ
เธอกลัวที่สุดว่าเย่เฉินไม่รู้จักถอยหลัง ตอนนี้ดูเหมือนว่า ถึงแม้ว่าเย่เฉินจะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็ยอมรับข้อคิดเห็นของซือไท่ท่านนั้น
ถึงแม้ว่าดูออกว่ายังคงมีความกลัดกลุ้มใจอยู่บ้าง ความกลัดกลุ้มใจเหล่านี้ ก็มอบให้ตนเองเป็นผู้พูดโน้มน้าวและปลอบใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...
ทั้งที่เป็นผู้ชาย แรงเยอะกว่า ตัวใหญ่ก็ว่า แต่กลัวกับอีหม่าหลันพูดขู่แค่นี้เนี่ยน่ะ ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลยมึงไอเชียวฉางควน กูคิดว่าเป็นตุ๊ด ปากบอกรอเหมยชิงมานาน อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ อยากจะมีเพศสัมพันธ์อยากจะอยู่กับเหมยชิง อยากแต่งงานกะเหมยชิงอีกครั้ง ทั้งที่เหมยชิงยอมกลับมาหาเพื่อมึง แต่มึงกลับไม่กล้าทำไรกะอีหม่าหลันสักอย่าฃ แค่หม่าหลันพูดขู่ว่าจะไปหาเรื่องเหมยชิง แทนที่จะให้เหมยชิงจ้างบอดีการ์ดมา อีหม่าก้ทำไรไม่ได้ล่ะ หรือไอฉางควนปกป้อง สู้กันจริงๆหม่าหลันก้สู้คงไม่ได้หรอก ทำมึงกลับกลัวหัวหด ชาตินี้ก้คงไม่ได้อยุ่กับคนรักหรอก ฝันไปเถอะมึง กระจอก...