ดังนั้น เธอโอบเย่เฉิน ลากดึงเย่เฉินให้กลับหลังหันเดินไปตามถนนที่เดินมา
เย่เฉินก้มหน้าเดิน หลินหว่านเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างก็อยากจะคิดหาหนทางให้เขาผ่อนคลายอารมณ์ ถามเขาด้วยใบหน้าคาดหวัง: “คุณชายคิดว่า สองวันนี้มารดาแห่งชาผูเอ่อร์จะโตขึ้น หรือผลิใบมากกว่าเดิมไหม?”
เย่เฉินกล่าวอย่างสบายๆ: “น่าจะโตขึ้นหน่อยละมั้ง สำหรับใบ แตกใบอ่อนสักสามถึงห้าใบน่าจะไม่มีปัญหา”
หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ถ้าอย่างนั้นหลังจากกลับไป ข้าน้อยก็จะเด็ดใบอ่อนที่งอกออกมา หลังจากผ่านการคั่วแล้วจะชงชาให้คุณชายได้ลองชิม”
เย่เฉินถามอย่างสงสัย: “กรรมวิธีการผลิตชาผูเอ่อร์ไม่ใช่ว่ายุ่งยากมากหรอกเหรอ? หลังจากจัดการเสร็จ ยังต้องจัดเก็บและหมักด้วยใช่ไหม?”
หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม: “อันที่จริงหลังจากผ่านการคั่วก็สามารถดื่มได้แล้ว เพียงแต่จะขาดรสชาติของการหมักเท่านั้น แต่ก็มีรสชาติของความนุ่มนวลสดใหม่ กล่าวโดยทั่วไป มีเพียงใบชาที่เก็บใหม่รีบดำเนินการการคั่วเท่านั้นถึงจะดี ข้อกำหนดของระดับความสดใหม่และเวลาค่อนข้างเข้มงวด ดังนั้นคนส่วนมากจึงไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง”
เย่เฉินถามเธอด้วยรอยยิ้ม: “ไม่ใช่ว่าคุณหวงแหนใบชาน้อยๆนั้นของมารดาแห่งชาผูเอ่อร์มากหรอกเหรอ ทำไมตอนนี้ถึงได้ใจกว้างขนาดนี้”
หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มอย่างเขินอาย กล่าวเสียงอ่อนโยน: “พลังชีวิตของมารดาแห่งชาผูเอ่อร์มีชีวิตชีวามากขนาดนั้น เด็ดนิดหน่อยคงจะไม่มีปัญหาอะไร นี่ไม่ใช่คำพูดเดิมของคุณชายหรอกเหรอ”
เย่เฉินรู้ว่าหลินหว่านเอ๋อร์อยากจะปลอบให้ตนดีใจ แต่ตนกลับไม่ได้ถึงขนาดกังวลเรื่องนี้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ใบของมารดาแห่งชาผูเอ่อร์ยังไงก็ให้เธอเติบโตให้ดีๆเถอะ เด็ดมากไปเกรงว่าคุณจะนอนไม่หลับเอา”
หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้ากล่าวอย่างจริงจัง: “ขอเพียงแค่คุณชายมีความสุข ไม่มีอะไรที่ข้าน้อยเสียดาย”
เย่เฉินยิ้มอย่างเข้าใจ พยักหน้าเล็กน้อย เขารู้ถึงเจตนาของหลินหว่านเอ๋อร์ ในใจก็รู้สึกมีความขอบคุณเช่นกัน คิดเสมอว่าผู้ชายรูปร่างใหญ่โตคนหนึ่ง ยังต้องมีผู้หญิงมาคอยปลอบอยู่ข้างๆ อันที่จริงก็รู้สึกขายหน้าอยู่บ้าง ดังนั้นจึงกล่าวกับเธอว่า: “สำหรับคุณหลิน อู๋เฟยเยี่ยนคงจะไม่กล้ามาเหยียบที่หัวเซี่ยภายในระยะเวลาสั้นๆนี้ ในอนาคตคงจะไม่มีความเสี่ยงอะไรในช่วงเวลาหนึ่งแน่นอน ต่อไปคุณมีแผนการอะไร?”
ตอนที่ทั้งสองคนเดินไปตามทาง ตอนที่ค่อยๆปีนขึ้นเขาลูกที่สองทีละก้าว ตอนที่ปีนถึงครึ่งค่อนแล้ว ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเลยยอดเขาที่ตั้งของอารามชิงจ้าว ลูกนั้นแล้ว หลินหว่านเอ๋อร์หยุดชะงักฝีเท้าทันควัน หันหลังกลับไป จ้องมองอารามชิงจ้าว ที่อยู่ไกลๆอย่างจิตใจเหม่อลอย เหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
เย่เฉินเห็นว่าเธอหยุดเดินหันหน้ากลับไป ใบหน้าเต็มไปด้วยความครุ่นคิด จึงถามเธอ: “คุณหลินกำลังคิดอะไรอยู่?”
หลินหว่านเอ๋อร์ขมวดหว่างคิ้วเล็กน้อย กล่าวพึมพำเสียงเบา: “ข้าน้อยกำลังคิดว่า ซือไท่คนนั้นพูดกับข้าน้อยถึงอู๋เฟยเยี่ยนกับองค์กรพั่วชิง พูดถึงความแค้น พูดถึงชะตาชีวิต ถึงขนาดพูดถึงตำนานเทพเจ้ากรีกโบราณองค์หนึ่ง แต่ว่า......แต่ว่า......”
เย่เฉินซักถาม: “แต่ว่าอะไร?”
หลินหว่านเอ๋อร์เม้มปาก เสียงดังขึ้นเล็กนเอย กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความลังเล: “แต่ว่าสิ่งเดียวที่เธอไม่ได้พูดถึงหลักพุทธศาสนากับข้าน้อยเลย......”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...
ทั้งที่เป็นผู้ชาย แรงเยอะกว่า ตัวใหญ่ก็ว่า แต่กลัวกับอีหม่าหลันพูดขู่แค่นี้เนี่ยน่ะ ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลยมึงไอเชียวฉางควน กูคิดว่าเป็นตุ๊ด ปากบอกรอเหมยชิงมานาน อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ อยากจะมีเพศสัมพันธ์อยากจะอยู่กับเหมยชิง อยากแต่งงานกะเหมยชิงอีกครั้ง ทั้งที่เหมยชิงยอมกลับมาหาเพื่อมึง แต่มึงกลับไม่กล้าทำไรกะอีหม่าหลันสักอย่าฃ แค่หม่าหลันพูดขู่ว่าจะไปหาเรื่องเหมยชิง แทนที่จะให้เหมยชิงจ้างบอดีการ์ดมา อีหม่าก้ทำไรไม่ได้ล่ะ หรือไอฉางควนปกป้อง สู้กันจริงๆหม่าหลันก้สู้คงไม่ได้หรอก ทำมึงกลับกลัวหัวหด ชาตินี้ก้คงไม่ได้อยุ่กับคนรักหรอก ฝันไปเถอะมึง กระจอก...