บทที่ 194 ไม่ให้คนกระจอกอย่างคุณจับ(2)
เวลานี้เกาจวิ้นเว่ยก้าวเดินเข้าไปใกล้ท่ามกลางฝูงคนที่รายล้อม เมื่อมาถึงตรงหน้าบอดี้การ์ด ก็พูดขึ้นว่า “ทุกคน ผมเป็นรองประธานศูนย์นิทรรศการจินหลิง ศูนย์นิทรรศการนี้เป็นของตระกูลผม ให้ผมได้เข้าไปชื่นชมรถสองคันนี้ใกล้ๆได้หรือไม่?”
“ไม่ได้” บอดี้การ์ดคนหนึ่งที่หลังจากปลดทหารแล้วก็มาทำงานที่บริษัทขนส่งเงินเจิ้นหย่วน ตอนนี้กำลังพูดขึ้นอย่างเคร่งขรึมว่า “หัวหน้าพวกเรามีคำสั่ง นอกจากเจ้าของรถแล้ว ใครก็ห้ามเข้าใกล้รถ”
เกาจวิ้นเว่ยรู้สึกค่อนข้างเสียหน้า
เชี้ย ไม่ให้จับต้องจริงๆด้วย
นี่ไม่ไว้หน้ากันเลยหรือ? ต้องรู้ว่าที่นี่เป็นศูนย์นิทรรศการของตระกูลเรา
หากตนเองจับต้องรถสองคันนี้ไม่ได้ งั้นก็จะไม่กลายเป็นเหมือนเย่เฉินคนจนคนนั้นหรือ?
ไม่ได้ ยังไงตนเองก็จะขายหน้าไม่ได้
เกาจวิ้นเว่ยอดกลั้นความโกรธที่มีในใจไว้ พูดจากับบอดี้การ์ดคนนั้นอย่างไพเราะว่า “พี่ๆ ผมก็เป็นคนที่รักรถคนหนึ่ง ให้ผมได้เข้าไป ต่อไปผมจะตอบแทนรางวัลให้อย่างงาม”
ยังบอดี้การ์ดคนนั้นก็เป็นทหารเก่า นิสัยใจคอซื่อตรง ดังนั้นจึงพูดปฏิเสธขึ้นด้วยเสียงเข้มว่า “คุณผู้ชายท่านนี้ ผมขอพูดอีกครั้ง หากคุณไม่ใช่เจ้าของรถ จะเข้าใกล้รถคันนี้ไม่ได้เด็ดขาด”
เกาจวิ้นเว่ยไม่ยอมไว้หน้าตนเอง ก็โกรธขึ้นมาในทันใด กัดฟันพูดข่มขู่ขึ้นว่า “ศูนย์นิทรรศการทั้งหมด ล้วนเป็นของตระกูลผม คุณเป็นแค่บอดี้การ์ดคนหนึ่ง ก็กล้ามาแข็งข้อกับผม ไม่อยากอยู่แล้วใช่ไหม?”
อีกฝ่ายพูดขึ้นว่า “ขออภัย ผมเป็นบอดี้การ์ดของบริษัทขนส่งเงินเจิ้นหย่วน ไม่ใช่บอดี้การ์ดของศูนย์นิทรรศการจินหลิง ต่อให้คุณเป็นเจ้าของศูนย์นิทรรศการจินหลิง คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม”
เวลานี้ มีนักข่าวคนหนึ่งยกกล้องขึ้นมาแล้วพูดกับเกาจวิ้นเว่ยว่า “คุณ คนอื่นไม่ให้จับต้อง คุณก็ไม่ต้องมาเอะอะโวยวายอยู่ที่นี่เลย คุณส่งผลกระทบต่อการถ่ายรูปของพวกเรา”
คนอื่นๆต่างก็พูดขึ้นว่า “ใช่ๆ รถราคาแพงขนาดนี้ มีปัญญาจับต้องหรือ? ได้มองดูก็พอแล้ว”
“คงอยากที่จะลองจับต้องดู ถ่ายรูปแล้วก็โพสต์ในโมเมนต์ คนจนๆที่ชอบโอ้อวดติดหรูแบบนี้มีเยอะมาก”
สีหน้าเกาจวิ้นเว่ยย่ำแย่อย่างที่สุด หากยังไม่สามารถเข้าไปจับต้องรถสองคันนี้ ตนเองจะไม่กลายเป็นเหมือนเย่เฉินหรือ กลายเป็นคนจนในสายตาทุกคน?
คิดได้เช่นนี้แล้ว สีหน้าเขาก็เคร่งขรึม พูดกับบอดี้การ์ดคนนั้นว่า “ผมให้เวลาคุณสามสิบวิ หากยังขวางทางผมอยู่ ผมก็จะไล่พวกคุณทุกคนกับรถทุกคันออกไป งานมอเตอร์โชว์ของพวกคุณก็ไม่ต้องโชว์แล้ว”
......

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...