เย่เฉินเองก็คิดไม่ถึงว่า แค่พบหน้ากันเพียงครั้งเดียว พูดจาไม่กี่คำ เหอหงเซิ่งก็จะแสดงวิชามวยภายในที่เก็บงำไว้เป็นอย่างดีของตระกูลเหอให้ดู
นอกจากนี้ ตามความเข้าใจที่เขามีต่อซูรั่วหลี ซูรั่วหลีจะไม่เอาเรื่องที่ตนจะส่งต่อวิชามวยภายในของตระกูลเหอที่สมบูรณ์ไปบอกคนอื่นล่วงหน้า เพราะเขาให้โทรศัพท์มือถือแก่เธอ
ดังนั้นจึงสามารถเห็นได้ว่าเหอหงเซิ่งไม่เพียงแต่มีจิตใจกตัญญูเท่านั้น แต่ยังเลือกที่จะรับหรือไม่รับได้
แบบนี้หาได้ยากมาก
นับตั้งแต่สังคมระบบศักดินาจนถึงทุกวันนี้ของหัวเซี่ย มีศิลปะพื้นบ้านนับไม่ถ้วนที่สุดท้ายไร้ผู้สืบทอด ส่วนสาเหตุที่ไร้ผู้สืบทอดจะคืออะไรถ้าไม่ใช่คนที่มีทักษะเชี่ยวชาญหวงแหนวิชา ต่อให้ต้องฝังศพตัวเองไปพร้อมกับทักษะนี้ ก็ยังไม่เต็มใจที่จะเผยแพร่ไปสู่คนนอกเพื่อต่อยอด
ในระดับหนึ่ง มันทำให้วัฒนธรรมพื้นบ้านดั้งเดิมและศิลปะประสบความสูญเสียอย่างร้ายแรงในเส้นทางแห่งการพัฒนาหลายพันปี
เช่นเดียวกับวิชามวยภายในที่บรรพชนตระกูลเหอได้รับการสืบทอดมาโดยบังเอิญ หากผู้นำคนก่อนเผยแพร่ต่อยอดออกไป มันจะไม่จบลงโดยการกลายเป็นม้วนคัมภีร์ที่ไม่สมบูรณ์เช่นนี้
ดังนั้นจากท่าทีของคุณท่าน เย่เฉินจึงมีความประทับใจแรกพบที่ดีต่อเขามาก
เย่เฉินจึงรีบประกบมือคารวะ แล้วพูดอย่างจริงจัง “ถ้ามีคำพูดของท่านเหอ เรื่องนี้ผมก็เบาใจแล้ว หวังว่าในอนาคตท่านเหอจะสามารถฝึกฝนยอดฝีมือนักบู๊ให้ผมได้เพิ่มมากขึ้น ผมยังมีทหารหน่วยรบพิเศษเชี่ยวชาญอาวุธปืนที่ปลดประจำการแล้วจำนวนหนึ่ง พวกเขามีทักษะระดับมืออาชีพในด้านอาวุธปืน การพรางตัว การสะกดรอยตามที่แข็งแกร่ง ถึงตอนนั้นถ้าตระกูลเหอสนใจก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ การผสมผสานแบบดั้งเดิมและทันสมัยเท่านั้นที่จะสามารถทำให้กำลังรบแข็งแกร่งขึ้นได้สำเร็จ”
เมื่อท่านเหอได้ยินดังนี้ก็พูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้นทันที “เยี่ยมมาก! ความจริงพวกเรามีความคิดนี้มานานแล้ว ตอนนั้นยังเคยพูดถึงผู้นำของตระกูลซูด้วย แต่ผู้นำตระกูลซูกลัวว่าพวกเราจะครอบครองอาวุธอัตโนมัติและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มากเกินไป จึงไม่เคยให้เราได้สัมผัส ดังนั้นพวกเราจึงไม่มีโอกาสที่เหมาะสมเลย”
ว่าแล้วก็หันไปพูดกับเฉินจื๋อข่าย “เหล่าเฉิน พยายามหาที่ดินในเขตชานเมืองของเมืองจินหลิงมาให้ได้ พวกเราจะสร้างฐานการฝึกแบบปิด”
เฉินจื๋อข่ายรีบตอบทันที “ได้ครับคุณชาย ผมจะเริ่มเลือกสถานที่ในวันพรุ่งนี้!”
เย่เฉินพยักหน้าและพูดกับท่านเหอ “คุณท่าน เข้ามาดูบ้านก่อนสิ มีตรงไหนไม่พอใจก็บอกได้เลย”
เหอหงเซิ่งรีบพูดว่า “อาจารย์เย่ให้เกียรติเกินไปแล้ว คฤหาสน์ใหญ่ขนาดนี้ ต่อให้เป็นห้องที่ยังไม่ได้ตกแต่ง พวกเราก็พอใจมากแล้ว!”
เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม “ก็ไม่ใช่แบบนั้น มา เข้ามาดูกันเถอะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...