หลังจากได้ยินข้อความเสียงนี้ เซียวเวยเวยก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยครู่หนึ่ง
เธอเป็นสาวโมเดลลิ่งมาเป็นเวลานาน และทำธุรกิจซ่างเหม่ยมาก็ไม่สั้นเกินไป เธอได้ทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย แต่เธอไม่เคยรับงานแกล้งเป็นแฟนคลับไปรับที่สนามบิน
ดังนั้น เธอจึงตอบอย่างรู้สึกผิดว่า:"ขอโทษนะคะ คุณเฉิน เราไม่เคยทำธุรกิจนี้มาก่อน และไม่ค่อยถนัด เพื่อไม่ให้กระทบต่อการพัฒนาธุรกิจของคุณ ฉันแนะนำให้คุณหาบริษัทมืออาชีพมาทำเรื่องนี้เถอะ"
เฉินเหมิงเหมิงรู้สึกโมโหเมื่อได้ยินแบบนี้
หาบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านนี้เหรอ?
ไม่ใช่ไม่มีบริษัทมืออาชีพ แต่พวกเขาต้องเตรียมทรัพยากรไว้ล่วงหน้า
อย่าว่าแต่ตอนนี้เธอยังหาหัวหน้ากลุ่มที่บอสต้านติดต่อไปเลย แม้ว่าจะหาเจอ แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทางปรับตารางเวลาเช้าวันพรุ่งนี้ เป็นอีกสองชั่วโมงต่อมาอย่างกะทันหัน
เพราะคนพวกนี้ไม่ได้จ้องโปรเจกต์นี้ตลอดเวลา การแสดงกลุ่มพวกนั้นก็เหมือนคนขับแท็กซี่ ไม่รับงานนี้ ก็รับงานนั้น ถ้านัดไว้จะใช้รถพรุ่งนี้ 9 โมงเช้า เขาทำได้แค่ว่าจะไม่มีงานอื่นในวันพรุ่งนี้
ดังนั้น อยากเปลี่ยนเวลานัดหมายกะทันหัน และเปลี่ยนคนถึงสองสามร้อยคนในคราวเดียว
ดังนั้น เธอยังคงพูดขอโทษว่า:"ฉันขอโทษจริงๆค่ะ คุณเฉิน ธุรกิจนี้ไม่ตรงกับธุรกิจของบริษัทเรา พูดตามตรง ฉันเองไม่ค่อยสนใจมากนัก ดังนั้นโปรดยกโทษให้ฉันด้วยค่ะ"
เมื่อจงเทียนหยู่ได้ยินแบบนี้ เขาก็ตะโกนใส่เฉินเหมิงเหมิงด้วยความโกรธทันที:"ไอ้เวร! ก็แค่บริษัทโมเดลลิ่ง ยังจะมาเก็กอะไรอีก! เธอบอกนาง! 300คนฉันจะให้เงิน 300,000 สำหรับ 1,000 หยวนต่อหนึ่งคน ! ราคานี้สูงกว่าราคาปกติของสาวโมเดลลิ่งมาก ตราบใดที่เธอไม่ใช่คนโง่ เธอจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน!"
เฉินเหมิงเหมิงได้แต่ส่งข้อความเสียงไปให้เซียวเวยเวยต่อ:"ประธานเซียว คุณว่าเอาแบบนี้ดีไหม? คุณให้สาวโมเดลลิ่งกับเราสามร้อยคน เราต้องการให้พวกเธอแกล้งเป็นแฟนคลับที่สนามบินประมาณครึ่งชั่วโมง ขอแค่คุณตกลง เราจะจ่ายให้คุณ 300,000 หยวน!"
สามแสนไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยแน่นอน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...