หลังจากความเงียบในช่วงเวลาสั้นๆแล้ว ในสถานที่มีเสียงสะอึกสะอื้นของเด็กสาวหลายคนดังขึ้น
เด็กสาวมากมายต่างก็ถูกเรื่องราวความจริงนี้ทำให้รู้สึกหวั่นไหว
ใครจะคิดว่า กู้ชิวอี๋ที่ชื่อเสียงโด่งดัง กู้ชิวอี๋ที่เป็นไอดอลของหญิงสาวมากมายในตอนนี้ และชายหนุ่มมากมายเห็นเป็นเทพธิดา จะเป็นเด็กสาวที่ลุ่มหลงในความรักเช่นนี้
ในชีวิตยี่สิบห้าปี กลับมีเวลาเกือบยี่สิบปี ที่กำลังตามหาเจ้าชายขี่ม้าขาวในวัยเด็กของตัวเอง!
สำหรับเด็กสาวหลายคนแล้ว เรื่องราวที่ลุ่มหลงในความรักแบบนี้ คงจะมีอยู่แค่เพียงในนิยายเท่านั้น
แต่ทั้งหมดนี้ กลับเกิดขึ้นกับตัวของกู้ชิวอี๋อย่างจริงแท้แน่นอน
เย่เฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้เหมือนกับจิตวิญญาณหลุดหายไปแล้ว ขอบตาเต็มไปด้วยน้ำตา
เขาไม่คิดจริงๆ กู้ชิวอี๋จะทุ่มเทมากขนาดนี้เพื่อตามหาตัวเขาเอง
เดิมที เขาคิดว่ายัยเด็กน้อยที่อายุน้อยกว่าตัวเองสองสามปีคนนี้ ที่วันๆเอาแต่พูดว่าจะแต่งงานกับตัวเอง เพียงแค่ถูกเรื่องสัญญาการแต่งงานล้างสมองเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาถึงได้รู้ว่าที่จริงแล้ว เรื่องนี้ได้สลักลึกลงในกระดูกของกู้ชิวอี๋ตั้งนานแล้ว
ส่วนเซียวชูหรันที่อยู่ข้างกายเขา ก็ได้ซาบซึ้งจนน้ำตานองหน้าไปหมดแล้ว
เย่เฉินสามารถรู้สึกได้ ว่าเซียวชูหรันในตอนนี้ กำลังใช้สองมือจับแขนของตัวเองไว้แน่น
ซูจือหยูที่เป็นคนนิ่งเฉยมาตลอด ในเวลานี้ก็ตื้นตันกับความพยายามหลายปีของกู้ชิวอี๋
อีกอย่าง ใจเธอรู้ดี ว่าเจ้าชายขี่ม้าขาวในเรื่อง ก็คือเย่เฉินที่ตัวเองแอบรักมานาน
ส่วนสองสามีภรรยากู้เย้นจงและหลินหว่านชิว จับมือกันแน่น น้ำตารินไหลเงียบๆ
หลายปีมานี้ พวกเขาทั้งบ้านทุ่มเทลงไปอย่างมากเพื่อตามหาเย่เฉิน
ที่โชคดีก็คือ ฟ้าไม่ทอดทิ้งผู้มีความพยายาม ในที่สุดพวกเขาก็หาเย่เฉินเจอ!
เรื่องราวดั่งเทพนิยาย กลับมีจุดจบที่สมบูรณ์ดั่งเทพนิยายเช่นกัน ชั่วขณะนั้นแฟนคลับจึงได้ตกเข้าสู่ความคลั่งไคล้อย่างที่สุด
ส่วนเซียวชูหรันเองก็สะอื้นพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ช่างซาบซึ้งจริงๆ….ฝันก็ยังคาดไม่ถึง ในชีวิตจริงเองก็จะมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น…”
เย่เฉินสำลักไม่มีคำพูด
วินาทีนี้ เขาเพียงแค่ถามคำถามในใจตัวเองข้อเดียว
“ฉันควรจะตอบแทนความทุ่มเทหลายปีมานี้ของหนานหนานยังไงดี?”
ในตอนที่เขากำลังถามตัวเองในใจ จู่ๆแสงไฟบนเวทีก็สว่างขึ้น ขณะเดียวกัน เสียงดนตรีเองก็ดังขึ้นมา
กู้ชิวอี๋ที่ใส่เดรสกระโปรงยาวสีน้ำเงินดั่งจินตนาการอยู่บนลิฟต์เลื่อน ค่อยๆเลื่อนขึ้นมาจากตรงกลางเวที กู้ชิวอี๋ถือไมค์โครโฟนไว้ พูดว่า “ที่ผ่านมางานคอนเสิร์ตของฉันนั้นร้องแต่เพลงของตัวฉันเองเท่านั้น แต่ว่าวันนี้ ฉันจะร้องเพลงของรุ่นพี่เยว่ถานสองบทเพลง สองเพลงนี้ ล้วนมอบให้กับเจ้าชายขี่ม้าขาวคนนั้นของฉัน หวังว่าเขาจะชอบ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...