เมื่อว่านพั่วจวินนำพาพลทหารของสำนักว่านหลง ก้าวใหญ่เดินลงมาจากบนภูเขาเย่หลิงซาน สมาชิกตระกูลย่อยของตระกูลเย่คุกเข่าอยู่บนพื้น ในเวลานี้หวาดกลัวจนอกสั่นขวัญแขวนแล้ว
พวกเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนภูเขาเย่หลิงซานเมื่อวานนี้ รู้แค่ว่าตระกูลเย่ก้มหัวให้กับสำนักว่านหลง ยิ่งไปกว่านั้นนำทรัพย์สินในบ้านครึ่งหนึ่งเป็นค่าชดเชย
และตอนนี้ สำนักว่านหลงได้เล็งปากกระบอกปืนที่พวกเขาแล้ว
ในความเห็นของพวกเขา สำนักว่านหลงจะลงมือกับทรัพย์สินของพวกเขา
ในเวลานี้ ว่านพั่วจวินเดินไปข้างหน้าด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ข้างหลังตามติดด้วยแกนพลทหารเกือบร้อยนายของสำนักว่านหลง
ว่านพั่วจวินก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว ในใจของสมาชิกตระกูลย่อยของตระกูลเย่ ก็วิตกกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งว่านพั่วจวินยืนอยู่ต่อหน้าคนเหล่านี้ หลายคนก็สั่นสะท้านด้วยความกลัว
ว่านพั่วจวินมองดูคนเหล่านี้ มองไปรอบๆ ต่อจากนั้นถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา: “รู้มั้ยว่าฉันให้พวกแกกลับมาทำไม?”
ทุกคนก้มหน้าอย่างประหม่า และไม่มีใครกล้าตอบ
เมื่อว่านพั่วจวินเห็นแบบนี้ ก็พูดอีกว่า: “สิ่งที่ฉันว่านพั่วจวินเกลียดที่สุดในชีวิต ก็คือคนไม่ซื่อสัตย์ไม่กตัญญู! พวกแกก็เป็นตระกูลย่อยของตระกูลเย่ มีญาติทางสายเลือดกับตระกูลเย่ แต่ตระกูลเย่กำลังมีความทุกข์ พวกแกก็หนีกระเจิดกระเจิงเป็นอันดับแรก ไม่ละอายใจต่อความช่วยเหลือและการสนับสนุนที่ตระกูลเย่มอบให้พวกแกตลอดหลายปีที่ผ่านมาเหรอ?”
เมื่อตระกูลย่อยของตระกูลเย่ได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของแต่ละคนก็เต็มไปด้วยความงง
เย่เทียนเสี่ยวส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว: “ประมุขว่านคุณพูดเกินไปแล้ว ตราบใดที่คุณไม่โทษผม ผมก็ซาบซึ้งใจมากแล้ว……”
สมาชิกคนอื่นในตระกูลย่อยของตระกูลเย่ก็ทยอยเห็นด้วย มีคนเอ่ยปากพูดว่า: “ใช่ครับประมุขว่าน คุณมีความแค้นกับครอบครัวหลักของตระกูลเย่ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลย่อยอย่างพวกเรา ยังขอให้คุณได้โปรดเข้าใจพวกเราด้วย อย่าได้เอาพวกเราเกี่ยวข้องเข้าเข้าไปด้วย……”
คนอื่นก็รีบพูดเสริมตาม: “ประมุขว่าน! พวกเราก็แค่แซ่เย่เท่านั้นเอง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อแม่ของคุณ ตอนนี้คุณทำให้ตระกูลเย่ยอมศิโรราบแล้ว ถือว่าเป็นแก้แค้นใหญ่ ทำไมยังจะต้องลำบากหาเรื่องกับคนธรรมดาอย่างพวกเราด้วย?”
ว่านพั่วจวินฟังคำวิงวอนของสมาชิกตระกูลย่อยของตระกูลเย่เหล่านี้ และพูดด้วยสีหน้าท่าทางโหดร้าย: “ในสายตาของฉัน พวกแกและตระกูลอยู่ในลำดับวงศ์ตระกูลเดียวกัน ก็ย่อมเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ในเมื่อเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ก็คงจะรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของคนในตระกูลเย่”
พูดแล้ว ว่านพั่วจวินพูดอย่างเย็นชาว่า: “อย่าหาว่าฉันไม่ได้ให้โอกาสพวกแก ตราบใดที่พวกแกเหมือนกับตระกูลเย่ นำทรัพย์สินออกมาครึ่งหนึ่งดีๆ เรื่องนี้ฉันก็ไม่สืบสาวอีกต่อไป! ไม่อย่างนั้น ฉันจะให้ทั้งครอบครัวของเขาชดใช้กรรมหนัก!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...