และตอนที่ปรัชญาสามทัศน์ของลั่วเจียเฉินถูกโค่นล้ม ในใจรู้สึกช็อกมาก รถตู้ชั้นธุรกิจคันหนึ่งมาจอดที่ประตูบ้านไร่แล้ว
รถเพิ่งจะจอดนิ่ง ประตูอัตโนมัติที่เบาะหลังก็เปิดออกเลย ตามมาด้วย หงห้าเดินลงมาจากในรถ รออยู่ที่หน้าประตูอย่างเงียบสงบ
ลั่วเจียเฉิงหันหน้าไปมองแวบหนึ่ง ในใจตื่นเต้นอย่างมาก เขาคิดว่า เย่เฉินทำท่าทางแบบนี้ออกมา จะต้องจับตัวคุณหนูของตัวเองไปแน่นอน
ดังนั้น เขาก็คิดอยากจะพูดเสียงดังเพื่อแจ้งเฟ่ยเข่อซินที่อยู่ในห้องVIPเลยทันที
แต่เขาคิดไม่ถึงว่า น้ำเสียงของตัวเองกลับว่าติดอยู่ที่ลำคอพูดไม่ออกแล้ว
เขาจ้องมองเย่เฉินอย่างหวาดกลัว ไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีการไหนกันแน่ ถึงทำให้ตัวเองไม่สามารถเปล่งออกเสียงได้
และในเวลานี้เย่เฉินยิ้มเยาะพร้อมตบไหล่ของเขาเบาๆแล้ว ปราณทิพย์เข้ามาเล็กน้อยทันที เหมือนกับการปิดผนึกจิตสำนึกของเฉินจงเหล่ยแห่งสำนักว่านหลงในตอนแรกเลย นำเอาจิตสำนึกของลั่วเจียเฉิงปิดผนึกไว้ในร่างกายอย่างหนาแน่น
หลังจากนั้น เย่เฉินมองไปยังแววตาของเขา เอ่ยปากพูดว่า : “คุณก็ไม่ต้องกลัว ตอนนี้ฉันยังไม่เอาชีวิตของคุณหรอกนะ เพียงแค่จะต้องรบกวนคุณเปลี่ยนที่พักผ่อนหน่อย อีกอย่างทางนั่นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไม่ค่อยดี ก็จำเป็นต้องให้คุณเอาชนะความลำบากให้ได้ ”
พูดแล้ว เขาชี้ไปยังรถตู้ชั้นธุรกิจคันนั้นของหงห้าแล้ว พูดกับลั่วเจียเฉิงว่า : “นู้น ขึ้นไปเองนะ”
ลั่วเจียเฉิงพบว่า ตัวเองไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้เลยโดยสิ้นเชิง คนทั้งคนหวาดกลัวอย่างมาก ไม่รู้เลยว่าเย่เฉินทำได้อย่างไร!
ตอนที่เขาพบว่า ร่างกายของตัวเองจู่ๆก็หมุนตัวเดินไปยังรถตู้ชั้นธุรกิจคันนั้นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาคนทั้งคนก็เข้าสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวังอย่างมากแล้ว
เพราะว่าเขาตระหนักถึงแล้วว่า ตัวเองสูญเสียการควบคุมตัวไปแล้วโดยสิ้นเชิง และร่างกายของตัวเอง ถูกควบคุมและออกคำสั่งโดยเย่เฉินทั้งหมด
เพราะงั้น เขาทำได้เพียงมองตัวเองนั่งเข้าไปในรถชั้นธุรกิจคันนั้นแล้ว
หงห้าเห็นลั่วเจียเฉิง ถลึงตามองอย่างตกใจทันที หลังจากนั้นวิ่งเหยาะๆมายังข้างกายของเย่เฉินแล้ว พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า : “อาจารย์เย่ คนๆนี้ผมเคยเห็นมาก่อน!”
เย่เฉินพยักหน้าแล้ว เรื่องมันสมองเฉินจื๋อข่าย สุดยอดมากกว่าหงห้าไม่น้อยเลย แต่ว่าหงห้าได้สัมผัสกับเขาเยอะ ได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่ได้เห็นได้สัมผัสแน่นอนว่ามีความก้าวหน้ามากแล้ว
ทันใดนั้น เขาเอ่ยปากพูดว่า : “พอแล้ว ในเมื่อคุณจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ก็รีบไปเถอะ”
หงห้าโบกไม้โบกมือให้เย่เฉิน พูดอย่างเคารพว่า : “อาจารย์เย่ งั้นผมไปก่อนนะ”
เย่เฉินพยักหน้า : “ไปเถอะ”
หงงห้ารีบขึ้นรถตามเข้าไป สั่งการลูกน้องให้รีบขับรถออกไป
เห็นลั่วเจียเฉิงถูกเอาตัวไป เย่เฉินไม่ได้ล่าช้า หันหลังกลับไปยังห้องVIPแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...