เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่เฉินก็ยิ้มและกล่าวว่า “เรียกเก็บเงินจากพวกเขาหนึ่งล้านหยวนสำหรับค่าขนส่งของแต่ละคน ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องใช้เงินเพื่อสร้างทีมรถด้วย”
เฉินจื๋อข่ายรู้ว่า รถยนต์หงฉีที่ผลิตเป็นจำนวนมากนั้นจริงๆ แล้วไม่แพงเลย และคันที่ดีที่สุดก็มีราคาเพียงห้าแสนถึงหกแสนหยวน และทีมรถแปดคันนั้น มันก็ใช้ต้นทุนเพียงสี่ล้านถึงห้าล้านหยวนเท่านั้น
สำหรับทีมรถสี่หรือห้าล้าน รับส่งสนามบินเที่ยวเดียวก็จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินทางหนึ่งล้าน ซึ่งอาจเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้มากที่สุดในโลกแล้ว
อย่างไรก็ตาม เขารู้ดีอยู่ในใจว่า คนสองร้อยคนที่มาเข้าร่วมการประมูลยาอายุวัฒนะนั้นไม่ได้สนใจค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเติมเล็กน้อยเช่นนีเลย
แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะทราบดีว่า เป็นไปไม่ได้ที่ตัวเองจะประมูลยาอายุวัฒนะได้สำเร็จ แต่พวกเขาก็ยังหวังว่าจะสามารถมาเปิดหูเปิดตาถึงสถานที่ และมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสำหรับพวกเขาที่จะใช้จ่ายเพียงไม่กี่ล้านเพื่อสิ่งนี้ มากสุดก็แค่ถือว่ามาท่องเที่ยวสักครั้งเท่านั้นเอง
หลังจากอธิบายเรื่องนี้ เย่เฉินก็ยืนขึ้น และพูดกับเฉินจื๋อข่ายว่า “เหล่าเฉิน งานที่เหลือก็มอบให้กับคุณแล้ว ในวันประมูล คุณจะต้องดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดกับทุกคนที่เข้าไปในสถานที่จัดงาน จะไม่อนุญาตให้ทุกคนนำกล้องและอุปกรณ์บันทึกใดๆ เข้าไปในสถานที่โดยเด็ดขาด”
เฉินจื๋อข่ายรีบพูดว่า “คุณชายไม่ต้องกังวล ผมได้จัดการทุกอย่างไว้แล้ว ในเวลานั้นผมจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบความปลอดภัยสี่ชุดในสถานที่ เปิดช่องตรวจสอบความปลอดภัยสองช่อง และทำการตรวจสอบความปลอดภัยสองครั้งในแต่ละช่อง ซึ่งเข้มงวดกว่าการตรวจความปลอดภัยที่ไปนั่งเครื่องบินอย่างแน่นอน หลายคนที่มาประมูล ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม อย่าคิดที่จะเอานาฬิกาเข้าไปด้วยเรือนเดียวเลย”
เย่เฉินพยักหน้า จู่ๆ ก็มีแสงวาบวาบขึ้นในสมองของเขา และเอ่ยปากกล่าวว่า “ถ้าให้ผมว่านะ คุณก็ขอข้อมูลสัดส่วนร่างกายของพวกเขาตอนนี้จะดีกว่า และเตรียมชุดเสื้อผ้าให้พวกเขาล่วงหน้า แล้วก็จัดหมายเลขให้เสื้อผ้าชุดนี้ เริ่มตั้งแต่หนึ่งไปจนถึงสองร้อย!”
เย่เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างผ่านๆ ว่า “เอาแบบนี้ คุณไปหากราฟิกดีไซเนอร์ และขอให้เขาออกแบบโลโก้ตัวหนึ่ง โลโก้ก็ออกแบบเป็นเม็ดยาอายุวัฒนะสีทอง พร้อมด้วยอักขระตัวใหญ่สามตัว-ยาอายุวัฒนะ และปั้นให้เสื้อผ้าของยาอายุวัฒนะกลายเป็นแบรนด์ตัวหนึ่ง ก็บอกว่านี่คือแบรนด์เนมตัวใหม่ จำกัดเพียงสองร้อยชุดในโลกนี้ และขายชุดละหนึ่งล้านห้าแสน!”
เฉินจื๋อข่ายเกือบจะกระอักเลือดออกมาเต็มปาก
ทั้งหมดสองร้อยคน จำกัดเพียงสองร้อยชุด ก็ไม่รู้ว่าจำกัดแบบไหนกัน
อีกอย่าง ราคานี้มันมืดถึงขอบฟ้าเลยจริงๆ แถมอัตรากำไรก็สูงถึงเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์…….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...