เย่เฉินในตอนนี้ แพ้จนตาแดงไปหมดแล้ว รู้สึกแค่อยากจะพนันต่อไป แม้ว่าไพ่จะแย่ยังไง ก็เอาแต่เสียเงินเข้าไปไม่หยุด และปากก็เอาแต่บนไม่หยุดว่า “ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะซวยขนาดนี้!”
ไม่นาน เขาก็แพ้ชิปไปทั้งหมดสิบสี่ล้านแล้ว
ในตอนที่เขาไม่มีชิปเหลืออีกครั้ง เขาไม่รอให้อังเดรพูดอะไร ก็รีบพูดกับกัวเหล่ยว่า “ไป ไปเอามาให้กูอีกสองล้าน!”
ในเวลานี้อังเดรหัวเราะพูดว่า “คุณเย่ คุณติดหนี้ผมสิบสี่ล้านแล้วนะครับ”
พูดแล้วเขาก็เอาเอกสารขึ้นมากองหนึ่ง พูดนิ่งๆว่า “เรือลำนี้ของคุณจำนองที่ผมได้แค่สิบห้าล้าน ดังนั้นตอนนี้อย่างมากคุณเหลือยอดอยู่เพียงแค่หนึ่งล้านเท่านั้นครับ”
เย่เฉินพูดอย่างรำคาญว่า “งั้นก็รีบไปเอาชิปมาให้กูหนึ่งล้าน!คืนนี้กูจะพลิกดวงชะตาให้ได้!”
อังเดรพูดยิ้มๆ “เอาชิปหนึ่งล้านไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ แต่ว่าผมต้องเตือนคุณหน่อยนะครับคุณเย่ ถ้าหากว่าหนึ่งล้านนี้ก็แพ้จนหมด คุณก็จะไม่มีให้เสียอีกแล้วนะครับ”
เย่เฉินพูดเสียงเย็นชา “อย่ามาพูดไร้สาระให้มาก กูพลิกดวงได้แน่นอน!รีบไปเอาชิปมาเดี๋ยวนี้!”
อังเดรพยักหน้า “ดี!ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นผมก็ให้คุณอีกหนึ่งล้าน!”
กับเหล่ยไม่รีรอ รีบไปเอาชิปมาอีกหนึ่งล้านยื่นให้กับเย่เฉิน
ครั้งนี้ เย่เฉินเองก็เหมือนว่าจะรำคาญแล้ว เมื่อเขาได้ไพ่ที่ดูใหญ่มาแล้ว ก็เอาทั้งหนึ่งล้านวางเดิมพันลงไป
สุดท้าย อังเดรชนะอีกอย่างไม่ต้องสงสัย
พูดแล้ว เย่เฉินก็พูดอีกว่า “ให้ฉันโทรไปบอกกับกัปตันเรือหน่อยมั้ย ให้เขาอย่าเพิ่งเริ่มเดินเรือ?”
เวลานี้อังเดรจะกล้าให้เย่เฉินโทรออกไปได้ยังไง?
ถ้าหากว่าเย่เฉินโทรออกไปบอกให้อีกฝ่ายโทรแจ้งตำรวจ กลลวงของตัวเองก็จัดการได้ยากแล้ว
ยังไงซะเย่เฉินก็เป็นคนต่างชาติ แล้วยังไม่ใช่แขกลักลอบเข้าเมืองหรือผู้อพยพผิดกฎหมายด้วย ตัวเองหลอกลวงเงินเขามากขนาดนี้ ถ้าหากเรื่องไปถึงทางตำรวจจริงๆ คงจะจัดการได้ยาก
อีกอย่าง สถานทูตประจำการต่างประเทศของหัวเซี่ยเองก็ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสิทธิผลประโยชน์ของประชากรของตัวเองอย่างมาก เรื่องใหญ่มากขนาดนี้ ถ้าหากถูกสถานทูตรู้เข้า จะต้องทำการกดดันตำรวจแวนคูเวอร์แน่นอน ถึงตอนนั้นเงินจำนวนนี้ที่ตัวเองหลอกเย่เฉินมา ก็ยิ่งรักษาไว้ได้ยากแล้ว
ดังนั้น ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ใช้โอกาสที่เรื่องนี้ยังไม่หลุดออกจากการควบคุมในกำมือของตัวเอง บีบบังคับให้เย่เฉินเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ให้กับตัวเองให้เรียบร้อย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...