หลังจากทักทายกันพักหนึ่ง บรูซ ไวน์สไตน์ที่ปรารถนาจะไปรับสาวอย่างเต็มที่ เห็นได้ชัดว่าทนไม่ไหวอีกต่อไป เหมือนกับอยากจะให้การพบหน้ากันครั้งนี้รีบๆจบลง
ดังนั้นเย่เฉินจึงกล่าวกับกุสตาโว่ที่อยู่ด้านข้าง: “พวกเราเองก็อยู่ที่เปลืองเวลาอันมีค่าของพัศดีเรือนจำเลย ให้พัศดีเรือนจำจัดการเรื่องการเปลี่ยนห้องขังกับโทรศัพท์มือถือก็กลับไปได้แล้ว”
กุสตาโว่รีบกล่าวเสียงเบา กล่าวกับเย่เฉิน: “คุณเย่ไม่สู้ย้ายไปอยู่ที่ห้องขังของผมเถอะ สภาพแวดล้องของห้องขังของผมดีที่สุดในเรือนจำบรูคลินแล้ว อีกทั้งยังมีทีวีและWiFi”
เย่เฉินโบกมือ: “ฉันเสียกำลังไปตั้งมากมาย ถึงตั้งกฎของห้องขังพวกฉันขึ้นมาได้ ทำไมพูดว่าจะไปก็ไป? ถ้าหากดูถูกห้องขังของฉัน ถ้าอย่างนั้นนายก็อยู่ที่ห้องขังของตัวเองให้สบายเถอะ”
ทันทีที่กุสตาโว่ได้ยินประโยคนี้ รีบโบกมือกล่าว: “พวกเราเอาแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นยังไงผมไปที่ห้องขังของคุณเย่ก็แล้วกัน!”
สำหรับกุสตาโว่แล้ว ตอนนี้สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือลูกชายหาคนอื่นมากำจัดตนทิ้ง
เย่เฉินมีพละกำลังที่แข็งแกร่งเกินคนธรรมดาทั่วไป อีกทั้งโจเซฟยังเชื่อฟังเขาอีกด้วย ขอเพียงแค่ตนอยู่ข้างกายของเขา ถ้าอย่างนั้นก็เชื่อว่าที่เรือนจำบรูคลินก็ไม่มีใครสามารถทำร้ายตนได้แล้ว
สำหรับสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย ชีวิตเกือบจะหาไม่แล้ว สภาพแวดล้อมจะสำคัญบ้าอะไร
จากนั้น กุสตาโว่กลัวว่าเย่เฉินจะเปลี่ยนใจ รีบกล่าวกับบรูซ ไวน์สไตน์: “บรูซ ยังไงก็ต้องลำบากคุณจัดการให้หน่อยแล้วละ ผมอยากจะย้ายไปอยู่ที่ในห้องขังของคุณเย่พวกเขาสักสองสามวัน อีกอย่าง โทรศัพท์มือถือของคุณเย่คุณจัดการให้คนส่งเข้ามาหน่อยนะ”
บรูซ ไวน์สไตน์ตอบตกลงอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย หลุดปากกล่าว: “เรื่องนี้ง่ายมาก ผมจะช่วยจัดการให้คุณเดี๋ยวนี้ ไม่ทราบว่าคุณซานเชซยังมีเรื่องอื่นต้องการให้ผมรับใช้อีกไหมครับ?”
ยังมีอีกประโยคหนึ่ง ที่เย่เฉินไม่ได้พูดออกไป ในเรือนจำแห่งนี้ ตนจะปกป้องกุสตาโว่ช่วงหนึ่ง แต่ตนจะได้อยู่ในเรือนจำกี่วัน นั่นก็เป็นเรื่องที่พูดยากแล้ว หลังจากที่ตนออกไป กุสตาโว่ยังมีค่าพอที่จะถูกปกป้องหรือไม่ ก็ต้องประเมินตนเองใหม่อีกรอบแล้ว
ทันทีที่ทั้งสองคนกลับมาถึงเขตแดน โจเซฟก็เข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น กล่าวถามด้วยใบหน้าประจบสอพลอ: “คุณอาเย่ ธุระของคุณจัดการเป็นยังไงบ้าง?”
เย่เฉินกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม: “โจเซฟ เรื่องของผู้ใหญ่ นายที่เป็นเด็กอย่าซักถามไปเรื่อย เข้าใจไหม?”
โจเซฟรีบกล่าวอย่างละอายใจ: “คุณอาเย่คุณพูดถูกต้อง ผมปากมากไปแล้ว......”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...