ฮาวเวิร์ดตกใจอย่างมาก รีบกดเปิดโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ลงชื่อเข้าใช้แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ทันทีที่เขากดเปิดคลิปวิดีโอที่สามของบรูซ ไวน์สไตน์ ก็ได้เห็นบรูซมองมาที่กล้อง แล้วพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า“ผมรู้ หลังจากที่คลิปเหล่านี้ได้ถูกปล่อยออกไป ทางตระกูลรอธส์ไชลด์จะต้องเตรียมการประชาสัมพันธ์สภาวะวิกฤติอย่างเต็มที่ และพวกเขาก็จะใช้อำนาจเงินและอิทธิพลที่พิเศษของตัวเอง ไปควบคุมแพลตฟอร์มบนอินเทอร์เน็ตต่างๆที่ดูเหมือนจะมีความเที่ยงธรรมเหล่านั้น”
“ดังนั้น หากทุกคนได้เห็นเว็บไซต์ขนาดใหญ่เหล่านั้นลบคลิปวิดีโอของผมทิ้ง และลบเนื้อหาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับผมออก ไม่ต้องตกใจไป เพราะนั่นคืออำนาจที่แท้จริงของตระกูลรอธส์ไชลด์”
“พวกเขามีความสามารถถึงขั้นให้ทุกสำนักสื่อในสหรัฐอเมริกาปิดปากเงียบในเรื่องนี้ได้ ดังนั้นที่ผมสามารถจะพึ่งพาได้ในตอนนี้ ก็คงเป็นเพียงชาวเน็ตในสหรัฐอเมริกาที่รักความเที่ยงธรรมแล้วเท่านั้น หวังว่าทุกคนจะช่วยเผยแพร่วิดีโอนี้ของผมออกไป อย่าให้เสียงของผมต้องเงียบหายไปจากอินเทอร์เน็ต!”
พูดมาถึงตรงนี้ ในกล้อง โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของบรูซก็ดังขึ้น หลังจากที่เขารับสาย ก็ได้ยินเสียงของฮาวเวิร์ด รอธส์ไชลด์จากในคลิปวิดีโอ
ตามมาด้วย คำพูดที่ฮาวเวิร์ดพูดต่อรองและขอเจรจากับบรูซเมื่อครู่นี้
บรูซได้ปล่อยคลิปวิดีโอคำพูดของเขาแบบไม่ตกหล่นเลยสักคำ ดังนั้นในตอนนี้ชาวเน็ตที่ได้ยินเนื้อหาเหล่านี้ ความรู้สึกที่มีต่อตระกูลรอธส์ไชลด์และฮาวเวิร์ดนักธุรกิจในตำนานคนนี้ก็ติดลบลงไปอีกหลายเท่าตัว
และบรูซเองหลังจากที่วางสายของฮาวเวิร์ดไป ก็พูดกับกล้องด้วยใบหน้าที่ยิ้มเยาะว่า “คนของตระกูลรอธส์ไชลด์คิดว่า ทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนมีราคา ภรรยาของผมมีราคา ผมก็มีราคา และศักดิ์ศรีของผมก็มีราคาเช่นกัน”
“แต่วันนี้ ผมขอพูดกับพวกเขาอย่างชัดเจนเลยว่า ศักดิ์ศรีของผมนั้นประเมินค่าไม่ได้ ไม่ว่าพวกเขาจะจ่ายเงินมากแค่ไหน ผมก็ไม่มีวันจะละทิ้งศักดิ์ศรีนี้ของผม แม้จะต้องเผชิญหน้ากับตระกูลรอธส์ไชลด์ที่ยิ่งใหญ่ ผมก็จะไม่ยอมถอย!”
เขาถามหลานชายคนนั้นอย่างไม่รู้ตัวว่า“ตอนนี้ทุกคนบนอินเทอร์เน็ตต่างกำลังก่นด่าพวกเราอยู่หรือเปล่า?”
“ครับ……”หลานคนนั้นพยักหน้ารับ แล้วพูดอย่างระแวดระวังว่า“คุณปู่ ก่อนหน้านี้พวกเราได้พยายามกันแล้ว ในตอนนี้วิดีโอเหล่านี้มีอยู่แค่บนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นเท่านั้น แต่……แต่ว่า……”
ฮาวเวิร์ดถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาอย่างอดรนทนไม่ไหวว่า “แต่ว่าอะไร รีบพูดมาสิ !”
หลานคนนั้นรวบรวมความกล้าแล้วพูดอธิบายว่า“แต่ว่า……ผู้ใช้งานที่ด่าว่าเรา ในตอนนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วบนอินเทอร์เน็ตแล้ว……หรือจะพูดว่าตอนนี้ทุกคนบนอินเทอร์เน็ตต่างก็กำลังด่าว่าเรากันหมดแล้วครับ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...