ซุนหงเหว่ยจับมือจางเสี่ยวม่านพร้อมกับขึ้นไปบนเวที
พิธีกรดำเนินการตามขั้นตอนปกติและกล่าวชมเชย จากนั้นเขาก็ไปที่ส่วนคำสาบานของการแต่งงาน
ซุนหงเหว่ยและจางเสี่ยวม่านนั้นรักกันมาก ดังนั้นท้ายที่สุดจึงเกิดงานแต่งขึ้น มันเป็นความประทับใจที่เอ่อล้นเป็นอย่างมาก
ดังนั้นทั้งสองจึงจับมือกันแน่นบนเวที น้ำตาต่างหลั่งไหลออกมาด้วยความตื่นเต้น
อารมณ์ของซุนหงเหว่ยนั้นซับซ้อนเป็นอย่างมาก เพราะเขาเพิ่งประสบพบเจอกับการหย่าร้างของพ่อแม่ อีกทั้งยังมาเห็นการแต่งงานครั้งที่สองของพ่ออีกต่างหาก ในใจของเขานั้นสับสนไม่น้อยเลยทีเดียว
หลังจากที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวแลกเปลี่ยนแหวนเสร็จแล้ว พิธีกรก็ยิ้มและพูดว่า “ต่อไปเราก็จะขอเชิญพ่อแม่ของฝ่ายชาย ซึ่งเป็นคู่ที่แต่งงานไปเมื่อสักครู่นี้ขึ้นมาบนเวทีกันนะครับ!”
ซุนเต๋อวั่งและเซว์จิ้งจิ้งที่เพิ่งลงจากเวทีไปได้ไม่นาน ได้แต่กัดฟันทน พร้อมกับขึ้นไปบนเวทีในฐานะพ่อแม่ของฝ่ายเจ้าบ่าว
ใบหน้าของคนในตระกูลซุนตอนนี้ดูน่าเกลียด หงห้าได้พาลูกน้องจำนวนมากมาปรบมือให้ แม้แต่ตัวลูกน้องเองก็ต่างพากันตะโกนร้อง “เฮ้ เจ้าสาวคนนี้นี่ช่างเหมือนกับแม่สามีอะไรขนาดนี้ พิธีกรถามหน่อยสิว่า เจ้าสาวมีอายุมากกว่าหรือแม่สามีที่มีอายุมากกว่ากันแน่?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา พี่น้องของหงห้าก็พากันหัวเราะออกมา
เซว์จิ้งจิ้งเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศไม่นาน ยังไม่มีงานทำ ส่วนจางเสี่ยวม่านและเซียวชูหรันก็เพิ่งทำงานมาได้แค่สองปี ดังนั้นถ้ามองในเรื่องของอายุแล้ว จางเสี่ยวม่านมีอายุมากกว่าเซว์จิ้งจิ้งด้วยซ้ำ
ดังนั้น นี่จึงเป็นฉากที่ชวนอึดอัดชะมัด
สีหน้าของพิธีกรนั้นก็ดูกลืนไม่เข้าคายไม่ได้ออกเลยทีเดียว เขาไม่สามารถถามคำถามแบบนี้ออกไปได้ ไม่เช่นนี้งานการทำพิธีกรก็คงไม่ต้องทำมันอีกต่อไปแล้วล่ะ
ซุนเต๋อวั่งมองดูเย่เฉินด้วยความสั่นเทา พร้อมกับกล่าวอย่างประหม่าว่า “ท่านอาจารย์เย่ เป็นเกียรติอย่างมากที่ท่านได้มาร่วมงานแต่งงานของผมและเซว์จิ้งจิ้ง พวกเราจะดื่มให้กับท่าน!”
เย่เฉินกล่าวอย่างแผ่วเบา “ซุนเต๋อวั่ง หลังจากแต่งงานกับภรรยาที่ดีเช่นนี้ นายจะต้องปฏิบัติต่อเธออย่างดีในอนาคต รวมถึงปฏิบัติต่อเด็กในท้องของเธอให้ดีอีกด้วย ได้ยินไหม?”
ใบหน้าของซุนเต๋อวั่งแดง พร้อมกับพยักหน้า “ท่านวางใจได้เลย ผมจะดูแลจิ้งจิ้งและลูกในท้องของเธอเป็นอย่างดี”
เย่เฉินกล่าวอย่างพึงพอใจ “นี่ถึงจะดูเป็นคำพูดหน่อย อย่ามีความเห็นใดๆ เกี่ยวกับสีผิวของลูกที่จะเกิดในอนาคต นายต้องปฏิบัติต่อเขาเหมือนของนายเอง”
ซุนเต๋อวั่งทำได้เพียงพยักหน้าและกล่าวว่า “ท่านอาจารย์เย่วางใจได้เลย ผมจะทำอย่างแน่นอนครับ…”
--------------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...