ต้องให้ตัวเองมาก้มหน้าต่อหน้าสาธารณชนจำนวนมากขนาดนี้ ซุนเต๋อวั่งนั้นจึงดูไม่เต็มใจสักเท่าไหร่
ยังไงซะ เขาก็อายุห้าสิบกว่าแล้ว ยังไงมันก็ค่อนข้างน่าขายหน้าอยู่
แต่พิธีกรดันมากล่าวอย่างจริงจังในเวลานี้อีกว่า “เจ้าบ่าว วันนี้เป็นวันแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ของท่าน สองครอบครัวจะได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ท่านไม่เพียงมีภรรยาที่อายุน้อยและสวยงาม แต่ยังมีพ่อแม่ที่รักท่านอีกด้วย สำหรับพวกเราชาวจีน ความกตัญญูกตเวทีนั้นสำคัญที่สุดตั้งแต่สมัยโบราณ ดังนั้นคุกเข่าลงกราบพ่อแม่ จะลังเลทำไมกันเล่า?”
“อีกอย่าง นี่ก็เป็นประเพณีการแต่งงานของจีน ที่จะต้องให้ชากับพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย”
เมื่อภรรยาของเซว์ซินหลงได้ยินเช่นนี้ สักพักน้ำตาของหล่อนก็ไหลออกมา
ความจริงการที่ทั้งสองครอบครัวจะร่วมกันสร้างอีกครอบครัวหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพียงแต่ตนไม่อยากจะให้ลูกสาวต้องไปสร้างครอบครัวกับไอ้คนแก่ๆแบบนี้
แต่ตอนนี้ไม่สามารถถอยหลังได้อีก ทำได้เพียงมองดูมันต่อไปเท่านั้น
เมื่อซุนเต๋อวั่งโดนพูดด้วยคำพูดเช่นนี้จากพิธีกร จะลงเวทีก็ไม่ทันเสียแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องคุกเข่าลงกับพื้น จากนั้นก้มหัวให้กับเซว์ซินหลงก่อน พร้อมกับเรียกว่าพ่อ จากนั้นจึงก้มหัวให้แก่ภรรยาของเซว์ซินหลงต่อและเรียกว่าแม่
ทั้งคู่มองหน้ากันและหัวใจของพวกเขาหดหู่อย่างมาก
ในเวลานี้เอง พนักงานก็รีบนำเก้าอี้สองตัวขึ้นมา จากนั้นก็ให้เซว์ซินหลงและภรรยานั่งลงข้างกัน จากนั้นพิธีกรก็ได้พูดกับซุนเต๋อวั่งว่า “เดิมทีควรจะเป็นการยกน้ำชาให้กับคู่ของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวแต่เนื่องด้วยวันนี้พ่อแม่ของเจ้าบ่าวนั้นไม่ได้มา ดังนั้นเราจะให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวยกน้ำชาให้กับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเท่านั้น”
เจ้าสาวที่ร้องไห้ตาแดงก่ำ ได้แต่มาที่ด้านหน้าของพ่อแม่ด้วยความไม่เต็มใจ คุกเข่าลงข้างซุนเต๋อวั่ง
พนักงานนำชาสองถ้วยให้พวกเขาทันที ส่งให้ซุนเต๋อวั่ง ซุนเต๋อวั่งหยิบถ้วยแล้วพูดกับเซว์ซินหลงด้วยใบหน้าแดงก่ำ “พ่อครับ เชิญดื่มชา...”
เซว์ซินหลงที่เกลียดจนแทบไม่ไหว อยากจะเอาน้ำชาสาดใส่หน้าให้รู้แล้วรู้รอด ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่แม้แต่อยากหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมา
เซว์ซินหลงถอนหายใจและพูดด้วยดวงตาที่แดงก่ำว่า “พอใจ พอใจ...”
แต่ในใจจริงๆแล้วต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน แต่เขาไม่กล้าที่จะพูดมันออกไปในตอนนี้
ภรรยาของเซว์ซินหลงได้แต่ทำตามสามีของหล่อน พูดสิ่งที่แย้งกับความต้องการของตนออกไป
เย่เฉินเฝ้ามองด้วยความตลก นี่คือค่าของความไร้ความปรานี คิดว่ารวย มีความสามารถก็ดูถูกเรื่องนี้เรื่องนั้นไปเรื่อยงั้นเหรอ คนพวกนี้ก็จะลงเอยจากสิ่งที่ตัวเองทำลงไปทั้งนั้นแหละ
หลังจากที่เรื่องตลกของซุนเต๋อวั่งและครอบครัวทั้งสามของเซว์ซินหลงจบลง พิธีกรกล่าวว่า“ต่อไป เราจะเชิญคู่ที่สองของเราขึ้นเวทีกันครับ เจ้าบ่าวซุนหงเหว่ยและเจ้าสาวจางเสี่ยวม่าน!”
------------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...