เมื่อเห็นอิโตะนานาโกะตอบตกลง เสียงของอิโตะทาเคฮิโกะจึงได้อ่อนลง แล้วถามว่า “อิโตะ กินข้าวกลางวันหรือยัง?”
อิโตะนานาโกะตอบกลับไปว่า “รายงานท่านบิดา ตั้งแต่หนูกลับมาจากยิมเนเซียมก็ฝึกซ้อมมาโดยตลอด ยังไม่ได้ทานข้าวกลางวันค่ะ”
อิโตะทาเคฮิโกะส่งเสียงอืม แล้วสั่ง “พอดีเลย พ่อเห็นเป็นช่วงเที่ยงแล้วพอดี งั้นหนูก็ให้โคบายา ชิจิโร่อยู่ทานข้าวกลางวันที่นั่นเลยก็แล้วกัน ถือเสียว่าต้อนรับแขกแทนพ่อ”
“ให้เขาอยู่ทานข้าวกลางวันด้วย?”
อิโตะนานาโกะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่
เดิมทีเธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างเย็นชา และตอนเด็กที่ตระกูลสั่งสอนเธอเรื่องมารยาท ได้ให้เธอรักษาระยะห่างกับผู้ชาย บวกกับหลายปีมานี้เธอหลงใหลในศิลปะการต่อสู้ ดังนั้นจึงไม่ได้พูดคุยกับเพศชายแต่อย่างใด
นอกจากคนในตระกูลด้วยกัน เธอโตขนาดนี้แล้ว ยังไม่เคยทานข้าวส่วนตัวกับชายวัยรุ่นมาก่อน ต่อให้เป็นผู้ช่วยของตัวเองทานากะโคอิจิ ก็ไม่มีโอกาสได้ทานข้าวกับเขา
แต่ เธอได้ยินเสียงเน้นย้ำของบิดา รู้ว่าต่อให้ตัวเองจะต่อต้านก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ จึงได้รีบกล่าว “ได้ค่ะท่านบิดา อิโตะรับทราบค่ะ…...”
อิโตะทาเคฮิโกะกล่าวอย่างพอใจว่า “อิโตะ ตอนนี้ตระกูลกำลังดำเนินการด้านความร่วมมืออย่างสำคัญมากกับบริษัทผลิตยาโคบายา ดังนั้นหนูห้ามละเลยอีกฝ่ายเด็ดขาด เข้าใจมั้ย?”
อิโตะนานาโกะรีบกล่าว “เข้าใจแล้วค่ะ ท่านบิดา”
หลังจากวางสาย อิโตะนานาโกะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เธอโทรหาทานากะโคอิจิ แล้วพูดกับเขาว่า “ทานากะซัง ช่วยฉันดูแลคุณชิอิจิโร่ก่อนนะ ฉันซ้อมจนเหงื่อเต็มตัว ต้องอาบน้ำก่อน”
ทานากะโคอิจิรีบตอบรับ แล้วพูดกับโคบายา ชิจิโร่ว่า “คุณชิอิจิโร่ กรุณารอสักครู่นะครับ คุณหนูของเราจะอาบน้ำ อีกสักครู่จะมาถึงครับ”
เพียงแต่เท่านี้ โคบายา ชิจิโร่ก็รักผู้หญิงคนนี้อย่างลึกสุดใจเข้าให้แล้ว และยังให้คำมั่นสัญญาในใจอีกว่า “ไม่ว่าจะยังไงจะต้องแต่งงานกับเธอให้ได้! ต่อให้ต้องแต่งออกไปตระกูลอิโตะก็ไม่รู้สึกเสียดาย เพราะนอกจากเธอแล้ว บนโลกนี้ ไม่มีทางหาผู้หญิงที่เพียบพร้อมแบบนี้ได้อีกแล้ว!”
โคบายา ชิจิโร่พยายามกดความปรารถนาที่มีอยู่ในใจอย่างแรงกล้าต่ออิโตะนานาโกะไว้ แต่อิโตะนานาโกะก็รับรู้ได้ถึงความต้องการทางเพศที่มิอาจจะกดไว้ได้ผ่านสายตาของเขาเอง
นี่ทำให้เธอรู้สึกต่อต้าน รู้สึกว่าสายตาของโคบายา ชิจิโร่ เหมือนกับมันหมูของอาหารคาว ที่ใส่ลงไปในน้ำชาใส
แต่ เธอก็ไม่สามารถแสดงความต่อต้านของตนออกมาได้ ทำได้เพียงกล่าวอย่างเกรงใจว่า “คุณชิอิจิโร่ ขอโทษนะคะ ที่ให้รอนาน”
โคบายา ชิจิโร่รีบโบกมือแล้วกล่าว “ไม่ไม่ไม่เลยครับ คุณอิโตะไม่ต้องเกรงใจ ผมมาหาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ผมมาอย่างกะทันหันจริงๆ ขอคุณอิโตะอย่าถือสาเลยนะครับ”
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...