นึกถึงเรื่องเก่า ถังซื่อไห่ร้องไห้จนไม่เป็นเสียง
เย่เฉินฟังเสียงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดของเขา ในใจก็บีบรัดจนเจ็บปวดเช่นเดียวกัน
แม้ว่าผ่านไปหลายปีมากแล้ว แต่พอนึกถึงในปีนั้นคิดไม่ถึงเลยว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่ใช่การเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ แต่เป็นการเสียชีวิตที่ไม่ธรรมดา ในใจของเย่เฉินก็เจ็บปวดและโกรธแค้นอย่างหาใดเปรียบ
ในฐานะที่เป็นลูก ความแค้นที่ฆ่าพ่อแม่ ไม่อาจจะอยู่ร่วมผืนฟ้าเดียวกันได้!
ความแค้นนี้ ไม่ต้องให้ถังซื่อไห่พูด เขาก็ต้องพยายามสุดกำลังไปชำระอย่างแน่นอน!
มิเช่นนั้น ถือว่าไม่ได้ทำหน้าที่ลูกอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ!
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เย็นชา “พ่อบ้านถัง เรื่องนี้คุณวางใจ ผมเย่เฉินสาบานต่อฟ้า จะต้องล้างแค้นให้กับคุณพ่อคุณแม่ด้วยมือของผมเองอย่างแน่นอน!ทุกคนที่เข้าร่วมแผนการทำร้ายพ่อแม่ผมในปีนั้น มีหนึ่งคนชำระหนึ่งคน ผมไม่มีทางปล่อยไปแม้แต่คนเดียว!”
“งั้นก็ดีครับ!” ถังซื่อไห่ดีใจจนแทบจะไม่อาจควบคุมตนเองได้ แต่ก็กลับพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “คุณชาย เรื่องนี้ คุณจะบุ่มบ่ามด้วยอารมณ์ชั่ววูบไม่ได้อย่างเด็ดขาด เบื้องหลังนี้เงื่อนงำมากมาย จนถึงตอนนี้ผมยังไม่เคยเรียบเรียงลำดับให้ชัดเจน ฉะนั้นยังไงก็วางแผนระยะยาวจะดีกว่า อย่าเปิดเผยตัวตนเร็วเกินไปโดยเด็ดขาด”
เย่เฉินตอบรับคำหนึ่ง “เรื่องนี้ผมรู้ คุณวางใจได้เต็มที่”
พุดจบ เย่เฉินก็เอ่ยขึ้นมาอีกว่า “ผมยังมีอีกคำถามนึง หวังว่าคุณจะตอบตามความเป็นจริง”
ถังซื่อไห่รีบเอ่ยขึ้นในทันที “คุณชาย คุณถามมาได้เต็มที่ครับ!”
เย่เฉินลังเลชั่วขณะ จากนั้นเอ่ยถามขึ้นว่า “ภรรยาของผมเซียวชูหรัน ก็เป็นพวกคุณที่จัดการใช่หรือเปล่า?”
ถังซือไห่รีบเอ่ย “เรื่องนี้ไม่ใช่จริงๆครับ คุณปู่ของคุณผู้หญิงของคุณผมก็รู้จัก ผู้น้อยคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเขาจะพบคุณที่ไซต์งานก่อสร้างที่คุณทำงานอยู่ ตอนที่รู้ว่าเขาคิดจะให้หลานสาวของตัวเองแต่งงานกับคุณ ผู้น้อยแม้จะรู้ว่าหลานสาวของเขาไม่คู่ควรกับคุณ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ขัดขวาง เพราะว่าผู้น้อยคิดเพียงแต่คุ้มกันความปลอดภัยของคุณ ไม่คิดที่จะแทรกแซงชีวิตของคุณ”
ในใจของเย่เฉินรู้สึกโล่งอก
และตอนที่มีความรู้สึกแบบนี้ในอีกครั้งก่อน คือปีนั้นที่ตนเองอายุแปดขวบ ในวินาทีที่รับรู้ว่าพ่อแม่เสียชีวิตลง
ในตอนที่เขาตกอยู่ในภวังค์นี้เอง เว่ยเลี่ยงก็โทรศัพท์เข้ามา เอ่ยขึ้นว่า “อาจารย์เย่ คุณจะมาประมาณกี่โมง? ต้องการให้ผมขับรถไปรับคุณไหมครับ?”
“ไม่ต้องแล้ว” เย่เฉินเอ่ย “ตอนนี้ผมไปรับภรรยาของผม จากนั้นก็จะเข้าไป พวกคุณรอผมก่อนสักครู่”
พูดจบ เขาวางสายโทรศัพท์ลง ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มุ่งไปยังออฟฟิศของเซียวชูหรัน
ในขณะเดียวกัน ห้องทำงานผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจินหลิง
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...