โคบายา ชิจิโร่คิดไม่ถึงว่าเว่ยฉางเลี่ยงจะปฏิเสธได้อย่างเฉียบขาดขนาดนี้
อย่างน้องก็ต้องพิจารณาก่อน หรือแสร้งทำเป็นพิจารณาหน่อยก็ได้มั้ง?หรือไม่ใช่ความเคารพที่ควรจะเป็นในการเจรจาธุรกิจ?
ถึงแม้จะรู้สึกโกรธในใจ แต่โคบายา ชิจิโร่ ยังคงฝืนความโกรธที่สุมอยู่ภายในใจ
เขาพยายามรักษารอยยิ้ม แล้วพูดกับเว่ยฉางเลี่ยงไปว่า“ผู้จัดการเว่ยครับ โปรดยกโทษให้ผมด้วยครับที่พูดอะไรค่อนข้างตรงไปตรงมา จิ่วเสวนเภสัชกรรมของพวกคุณไม่ถือว่าเป็นบริษัทยาชั้นนำของประเทศจีนด้วยซ้ำ เมื่อวางอยู่ในโลก มันยิ่งไม่โดดเด่น ถ้าหากพวกคุณคิดอยากจะก้าวออกจากประเทศ แล้วตีเข้าตลาดในเอเชียหรือตลาดทั่วโลก ด้วยความสามารถของบริษัทพวกคุณ เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างความก้าวหน้าได้”
พูดถึงตรงนี้ เขาจึงตบหน้า แล้วพูดอย่างภาคภูมิใจ“แต่บริษัทผลิตยาโคบายาของเราไม่เหมือนกัน เรามีประวัติศาสตร์ยาวนานมาหลายสิบปี อีกทั้งยังมีชื่อเสียงระดับหนึ่งในตลาดสากล ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถโดยรวมของเรา ยังแข็งแกร่งกว่าพวกคุณมาก สายการผลิตของเราก้าวหน้ากว่าพวกคุณมาก กำลังการผลิตก็ก้าวไกลกว่าเป็นโยชน์ ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ จิ่วเสวนเภสัชกรรมไม่สามารถเทียบอะไรกับบริษัทผลิตยาโคบายาได้ เพราะฉะนั้น มีโอกาสดีๆแบบนี้ ทำไมถึงไม่ร่วมงานกับบริษัทผลิตยาโคบายาล่ะครับ?”
เว่ยฉางเลี่ยงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน แล้วพูดว่า“คุณโคบายาครับ จิ่วเสวนเภสัชกรรมของเราในตอนนี้ถึงจะไม่ได้ใหญ่เท่ากับบริษัทผลิตยาโคบายา แต่ผมเชื่อว่า ด้วยสรรพคุณของยาอันยอดเยี่ยมของเรา เกรงว่าลำพังใช้การบอกผ่านปากต่อปาก เราก็สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วแล้วครับ เข้าสู่เอเชีย เดินไปสู่ทั่วโลกไม่ใช่ปัญหาอะไรด้วยซ้ำ กระทั่งเราไม่ต้องเปลืองแรงก้าวสู่ต่างประเทศ ผู้บริโภคต่างชาติจะมีความคิดริเริ่มที่จะมาหาเราเพื่อซื้อของ ซึ่งนี่ก็คือการดึงดูดจากของดีๆ”
โคบายา ชิจิโร่ในตอนนี้หน้าเสียมาก
เนื่องจาก การแพร่กระจายกันแบบบอกกันปากต่อปาก มีประสิทธิภาพมากกว่าการโฆษณาใดๆทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้ เขาทำได้เพียงระงับความโกรธในใจ แล้วยิ้มพลางพูดกับเว่ยฉางเลี่ยง“ผู้จัดการเว่ย ผมรู้ว่าผลิตภัณฑ์ของพวกคุณไม่เลวจริงๆ แต่ตามจริงแล้ว กำลังการผลิตของพวกคุณ ด้านกระบวนการผลิตและอื่นๆ เมื่อเทียบกับบริษัทผลิตยาโคบายาแล้วยังมีช่องว่างขนาดใหญ่เลยนะครับ!”
“อีกทั้ง พวกคุณต้องการเพิ่มผลผลิตในระยะเวลาอันสั้น เกรงว่าจะยาพอสมควร เนื่องจากพวกคุณต้องเลือกขยาย สร้างอาคารโรงงาน นำเข้าสายการผลิตใหม่ หลังจากที่เตรียมการเสร็จแล้ว ยังต้องทำการทดสอบเครื่องจักร ทำการรับรองคุณภาพ กระบวนการนี้ ต้องใช้เวลาปีสองปีถึงจะเสร็จ หนึ่งถึงสองปีนี้ คุณจะไม่สามารถครอบครองตลาดได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากกำลังการผลิตไม่เพียงพอ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...