โอนิซึกะ ดันมะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอีกหลายทีก่อนจะกัดฟันเอ่ย “ในเมื่อแกไม่เห็นสมาคมไฮกิงบุงเกียวอยู่ในสายตา ไอ้หนุ่ม วันนี้แกตายแน่!"
หญิงสาวคนนั้นตกใจมาก เธอรีบร้องตะโกนอย่างรวดเร็ว “คุณรีบไปเถอะค่ะ! พวกเขาล้วนเป็นสมาชิกของสมาคมไฮกิงบุงเกียว! สมาคมไฮกิงบุงเกียวเป็นองค์กรความรุนแรงที่ใหญ่ที่สุดในเขตไฮกิง คุณไปหาเรื่องพวกเขาไม่ได้!”
เย่เฉินแตะจมูกของตน เขามองไปที่ โอนิซึกะ ดันมะอย่างยิ้มๆและพูดว่า "ฉันได้ยินมาว่าในโตเกียวมี 23 เขต หรือนี่จะบอกว่า องค์กรที่คล้ายสมาคมไฮกิงบุงเกียวของพวกนาย ทั่วทั้งโตเกียวมีอย่างน้อย 23 องค์กรงั้นหรือ?"
โอนิซึกะ ดันมะเอ่ยถามอย่างโมโห “แล้วไง? พวกเราสมาคมไฮกิงบุงเกียว อยู่หนึ่งในห้าอันดับแรกของโตเกียว! นายหาเรื่องไหวหรือไง?"
เย่เฉินแค่นยิ้ม "หาเรื่องได้หรือไม่ได้ ก็ต้องหาเรื่องก่อนแล้วถึงจะรู้!"
“ไอ้เวรเอ๊ย!” สมาคมไฮกิงบุงเกียวอีกกลุ่มหนึ่งตะโกนอย่างโกรธจัด “ไอ้หนุ่ม แกมันอวดดีเกินไปแล้ว!”
โอนิซึกะ ดันมะส่งสายตาให้คนเหล่านั้นและตะโกนขึ้น "จัดการมันซะ!"
ทันทีที่คนอื่นๆ ได้ยิน ก็หยิบแท่งเหล็กที่มีความยาวเท่าท่อนแขนเล็กๆ ออกมาจากเอวทันที จากนั้นจึงพุ่งเข้าไปหาเย่เฉิน
คนเหล่านี้ ล้วนเป็นแค่พวกอันธพาลทั่วไปทั้งหมด ความแข็งแกร่งของพวกเขาในสายตาของเย่เฉินแล้วเกือบจะเท่ากับศูนย์
ดังนั้น ต่อให้คนจำนวนมากขนาดนี้พุ่งเข้าใส่เขา เขาก็ไม่หวาดกลัวเลยสักนิด
ในเวลานั้นเอง หญิงสาวที่ถูกโอนิซึกะ ดันมะจับเอาไว้แน่นก็ตะโกนว่า "คุณคะ ระวัง! รีบวิ่งหนีไป!"
"วิ่งหนี?" เย่เฉินหัวเราะ “บุรุษชาวจีนทั้งแท่ง จะวิ่งหนีไปได้ยังไง?"
หลังจากพูดจบ ดวงตาของเขาก็เย็นชาขึ้นมาทันใด
จากนั้น คนทั้งสี่ที่พุ่งเข้ามาหาเขาจู่ๆก็รู้สึกว่าดวงตาพร่ามัวขึ้นมา พวกเขารู้สึกแค่ว่าขาขวาของเย่เฉินดูเหมือนจะเคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างมากและเตะขาทั้งสี่ลงในคราวเดียว
ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยถามเย่เฉินว่าที่พูดมาจริงหรือไม่
ก็ได้ยินเย่เฉินกล่าวต่อขึ้นมาก่อน “ฉันแค่ต้องการแขนขวาเพียงข้างเดียวของนายเป็นการลงโทษ แบบนี้ภายหลังนายก็ยังเหลือแขนอีกข้างได้ใช้ในอนาคต”
"อะไรนะ?!" โอนิซึกะ ดันมะแทบทรุดไปทั้งร่างทันที
ไม่ตีฉัน ไม่ด่าฉัน “แค่” ต้องการแขนข้างขวาของฉัน?!
นี่แกเป็นปีศาจหรือไง!
ในเวลานี้ เย่เฉินยังคงพูดอย่างไร้อารมณ์ว่า “ฉันให้โอกาสนายแล้ว แต่ถ้านายยังคงดื้อรั้น อย่างนั้นฉันก็จะหักแขนทั้งสองข้างของนายทิ้งซะ ให้ต่อจากนี้ไปแม้แต่ความสามารถจะเข้าห้องน้ำเช็ดก้นตูดของนายก็ไม่มี! ฉันจะนับแค่สามวินาที นายคิดเอาเอง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...