ในตอนแรก แผนการล่าถอยของซูรั่วหลี คือทุกคนแยกย้ายกันไปที่โอซาก้า จากนั้นจึงย้ายเครื่องบินส่วนตัวจากเมืองจงไห่มาคันหนึ่ง เพื่อนำทุกคนจากโอซาก้ากลับไปยังเย่นจิงโดยตรง
อย่างไรก็ตาม เมื่อคำนึงได้ว่าหากกรมตำรวจนครบาลโตเกียวจับตัวเองและสมาชิกคนอื่นๆ ของตระกูลซูไม่ได้ ก็จะตรวจสอบบันทึกการออกประเทศก่อนหน้านี้อีกครั้ง ดังนั้นเครื่องบินที่บินตรงจากโอซาก้าไปยังเย่นจิงก็จะกลายเป็นที่หมายตาของกรมตำรวจนครบาลโตเกียวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น ซูรั่วหลีจึงตัดสินใจว่า ให้ทุกคนบินไปที่เมื่องจงไห่จากโอซาก้าก่อน
ฝ่ายญี่ปุ่นมีสิทธิ์เพียงแค่ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินที่เกี่ยวข้องกับประเทศของตนเท่านั้น ตามทฤษฎีสำหรับทุกเที่ยวบินที่ออกเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น ฝ่ายญี่ปุ่นมีสิทธิ์ตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินทั้งหมด
แต่ถ้าทุกคนมาถึงเมืองจงไห่ แล้วบินตรงจากเมืองจงไห่ไปยังเย่นจิง งั้นนี่ก็เป็นเที่ยวบินภายในประเทศอย่างสมบูรณ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่นใดๆ ทั้งสิ้น
หากเป็นเช่นนั้น เบาะแสของฝ่ายญี่ปุ่นก็จะขาดหายไปเลยเช่นกัน
หากว่าตามเหตุผล ซูรั่วหลีจะไม่ทำผิดพลาดระดับต่ำที่คุยโทรศัพท์และถูกผู้อื่นได้ยิน เธอจงใจเลือกมุมในห้องพักวีไอพี ที่ไม่มีใครอยู่ในระยะห้าเมตร
และตอนที่เธอโทรศัพท์เมื่อกี้นี้ เธอจงใจระงับเสียงของเธอให้อยู่ในระดับต่ำสุด
เมื่อพิจารณาจากประสบการณ์ของเธอ ด้วยระดับเสียงคำพูดของเธอในตอนเมื่อกี้นี้ มันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีใครได้ยินมันภายในสามเมตร
เว้นแต่คนคนนั้นห่างจากตัวเองเพียงประมาณหนึ่งเมตร
นอกจากนี้ เธอไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเกินไปตอนที่เธอพูด เพียงแค่บอกว่าจะเปลี่ยนแผน บินไปที่เมืองจงไห่ก่อน แล้วค่อยบินไปที่เย่นจิง
อย่างไรก็ตาม เธอไม่คาดคิดเลยว่า ตัวเองใช้เสียงต่ำขนาดนี้ในการคุยโทรศัพท์ ยังจะถูกเย่เฉินที่อยู่ห่างออกไปหลายเมตรได้ยินมันเข้าไป
เย่เฉินได้ยินคำพูดของเธอ และตระหนักได้ทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนของตระกูลซูแน่นอน
เหตุผลนั้นง่ายมาก
ความรู้สึกที่ซูรั่วหลีมอบให้เขา คือแรงสังหารอย่างรำไร
ความรู้สึกแบบนี้ไม่ค่อยพบในคนทั่วไป ดังนั้น เขาจึงมั่นใจได้ว่า มือทั้งคู่ของผู้หญิงคนนี้จะต้องฆ่าแกงคนมาไม่น้อยนัก และคิดว่า น่าจะเป็นนักฆ่าของตระกูลซูนั่นเอง
อีกอย่าง เมื่อฟังจากความหมายในคำพูดของเธอ ผู้ยอดฝีมือที่ตระกูลซูส่งมาญี่ปุ่น ก็น่าจะเหมือนกับตัวเอง เตรียมที่จะออกจากญี่ปุ่นโดยเครื่องบินส่วนตัวจากโอซาก้า
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา และส่งข้อความผ่านวีแชทไปให้กับเฉินจื๋อข่ายทันที “เหล่าเฉิน คุณรีบตรวจสอบให้ผมหน่อยว่า มีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวกี่ลำที่จะบินจากโอซาก้าไปยังเมืองจงไห่ในคืนนี้”
เฉินจื๋อข่ายไม่ได้ถามเหตุผล และเริ่มลงมือตรวจสอบทันที
แม้ว่าเขาจะไม่มีพลังในญี่ปุ่นมากนัก แต่การรวบรวมเบาะแสต่างๆ และปัญหาพื้นฐานแบบนี้ก็ยังสามารถแก้ไขได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...