“กลับไปเยี่ยมบ้าน?”
เมื่อได้ยินสี่คำนี้ เย่เฉินก็ยิ้มขำออกมาอย่างอดไม่ได้
เมื่อเย่ฉางหมิ่นเห็นรอยยิ้มแกนๆของเขา ก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า “เฉินเอ๋อ แกจากบ้านตั้งแต่เด็กพอเติบโตแล้วก็ควรกลับบ้านบ้างนะ ตอนนี้แกโตขึ้นเยอะ ห่างจากบ้านมาตั้งหลายปี ก็ควรกลับไปเยี่ยมบ้านสักครั้ง”
เย่เฉินพยักหน้า ตอบกลับอย่างเห็นด้วยว่า“คุณอาพูดถูก จากบ้านมานานขนาดนี้ ก็ควรหาเวลากลับไปเยี่ยมบ้าง”
เขาพูดพร้อมกับยิ้มตาหยี “เอาอย่างนี้แล้วกันครับ ช่วงนี้ผมขอจัดการตารางเวลาก่อน ถ้ามีเวลาจะกลับไปเยี่ยมก็แล้วกัน”
ดูเหมือนเย่เฉินตอบตกลงข้อเสนอของเย่ฉางหมิ่น แต่ในความเป็นจริงไม่มีอะไรไปมากกว่าคำพูดถ่วงเวลา
คำว่าช่วงนี้ขอจัดการตารางเวลาก่อน ภาพรวมก็หมายความว่าคงอีกนานยังไม่มีเวลากำหนด ถึงยังไงความคิดเดียวที่เขามีอยู่ในตอนนี้ ก็คือจัดการวันนี้ให้มันจบๆไป
เย่ฉางหมิ่นรู้อยู่แล้วว่าเย่เฉินกำลังคิดอะไร จึงรีบเอ่ยพูดว่า “เฉินเอ๋อ แกอย่าต่อต้านคนในครอบครัวนักเลย ครอบครัวเป็นห่วงแกมาตลอด แกอย่าลืมสิ หลังจากที่คุณปู่แกรู้ว่าแกอยู่ที่เมืองจินหลิง ก็รีบมอบหมายให้ถังซื่อไห่ทำเรื่องยกตี้เหากรุ๊ปและเงินหกร้อยล้านให้แกทันที แค่เหตุผลนี้ก็เพียงพอให้แกกลับไปเยี่ยมคุณปู่แล้ว แกคิดว่าไง?”
เย่เฉินย้อนถามว่า “คุณอาครับ ถ้าผมกลับไปเยี่ยมบ้าน เรื่องนี้จะถือว่าต่างฝ่ายต่างแล้วต่อกันใช่ไหมครับ?”
เย่ฉางหมิ่นลังเลอยู่พักใหญ่ จากนั้นก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้ ในเมื่อแกพูดมาแบบนี้ งั้นฉันไม่อ้อมค้อมแล้วนะ”
ขณะที่พูด เย่ฉางหมิ่นก็ยืดตัวตรง เอ่ยพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “เจตนาของปู่แก คืออยากให้แกกลับไปอยู่ที่ตระกูลเย่ และแกควรรีบสะสางเรื่องที่เมืองจินหลิงให้เรียบร้อย”
เย่เฉินเงยหน้าขึ้นมา เอ่ยถามอย่างสนใจว่า “สะสาง? สะสางอะไร?”
เย่ฉางหมิ่นเอ่ยพูด “ทั้งตี้เหากรุ๊ปและครอบครัวภรรยาของแกที่เมืองจินหลิง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...