อาหารฝรั่งที่เตรียมไว้อย่างดี ถูกเธอกวาดทิ้ง จนลงไปกองอยู่เต็มพื้น
เนื่องจากบนพื้นมีเศษแก้วกระจัดกระจายอยู่บนพื้น หัวหน้าพนักงานกลัวว่าเย่ฉางหมิ่นจะเผลอไปเหยียบเข้า
ด้วยเหตุนี้จึงรีบพาพนักงานสองคนเข้ามาทำความสะอาด
เย่ฉางหมิ่นที่กำลังระบายอารมณ์โกรธไปทั่ว เมื่อเห็นพนักงานเดินเข้ามา ความโกรธก็พลันปะทุ เธอเดินเข้าไปกระชากหนึ่งในพนักงาน แล้วฟาดมือลงบนหน้าของอีกฝ่าย พร้อมกันนั้นก็สบถด่าโวยวายออกมาว่า “ฉันได้บอกให้พวกแกเข้ามาเหรอ? ห๊ะ?!”
หญิงสาวที่ถูกตบหน้า ร้องไห้อ้อนวอนว่า “คุณผู้หญิงใจเย็นๆก่อนนะคะ ฉันกลัวว่าเศษแก้วจะบาดคุณ เลยรีบเข้ามาเก็บกวาดให้......”
ไฟโกรธในใจของเย่ฉางหมิ่นยังคงลุกโชน ออกแรงเพิ่มขึ้นอีกระดับ แล้วด่าทอออกมาอย่างกรุ่นโกรธว่า “นังสวะ! ฉันอนุญาตให้แกเข้ามา แกถึงจะเข้ามาได้ ถ้าฉันไม่อนุญาต ก็อย่าสะเออะหน้ามาให้ฉันเห็น!”
หัวหน้าพนักงานเห็นอย่างนี้ จึงรีบเข้าไปอ้อนวอนอีกแรงว่า “คุณผู้หญิงใจเย็นๆนะคะ เรื่องนี้ฉันเป็นคนต้นคิด ฉะนั้น....”
เย่ฉางหมิ่นเบิกตาโพลงอย่างกรุ่นโกรธ ใช้เท้าถีบท้องของหัวหน้าพนักงาน แล้วพูดเสียงเย็นว่า “ไม่แหกตาดูหรือไง! พวกแกสามคนโดนไล่ออก ไสหัวไปซะ!”
หัวหน้าถูกเย่ฉางหมิ่นถีบจนก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
บนพื้นเต็มไปด้วยเศษแก้ว ดังนั้นเศษแก้วจึงบาดลึกเข้ามาในผิวหนังของเธอทันที
แต่ในเวลาแบบนี้ เธอไม่มีอารมณ์มาสนใจความเจ็บจากเศษแก้วอะไรทั้งนั้น เธอกุมท้องเอาไว้ด้วยใบหน้าขาวซีด เอ่ยพูดอย่างเจ็บปวดว่า “เจ็บท้อง ลิลี่เรียกรถพยาบาลให้ที”
ลิลี่คือพนักงานหนึ่งในสองคนนั้น เพราะเธอยืนอยู่ห่างจากเย่ฉางหมิ่น จึงไม่โดนลูกหลงไปด้วย
เมื่อเธอเห็นว่าหัวหน้ากุมท้องด้วยความเจ็บปวด ก็รีบเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง “พี่หนาน เป็นอะไรไหม? อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวฉันโทรเรียก120!”
จากนั้น เธอก็ยกมือขึ้นมาตบหน้าของผู้หญิงคนนั้นอย่างแรง กัดฟันพูดออกมาว่า “อยู่ดีๆไม่ชอบ ยังกล้ามาตะโกนใส่ฉันอีกเหรอ อยากตายหรือไง?!”
ขณะที่กำลังพูด เฉินจื๋อข่ายก็เดินเข้ามา เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ก็รีบเดินเข้าไปถามว่า “คุณหญิง นี่คุณทำอะไร?”
เมื่อเย่ฉางหมิ่นเห็นเฉินจื๋อข่ายเข้ามา ก็ส่งเสียงเย็นเหยียบออกมาว่า “แกมาก็ดีแล้ว ฉันขอถามแกหน่อย ปกติแกดูแลลูกน้องในสังกัดของตัวเองยังไง? กล้าดียังไงมาขัดใจฉัน! คิดจะท้าทายฉันเหรอ?!”
เมื่อเฉินจื๋อข่ายเห็นพนักงานของตัวเองถูกทำร้าย ไม่ต้องถามก็พอจะรู้แล้วว่า เย่ฉางหมิ่นต้องระบายโทสะที่มีต่อเย่เฉินใส่พวกเธอแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงรีบพูดอย่างนอบน้อมว่า “คุณหญิงไม่ต้องห่วงนะครับ สามคนนี้ผมจะจัดการอย่างเด็ดขาด คุณอย่าเพิ่งเดือดมากเดี๋ยวมันจะส่งผลต่อร่างกาย ให้ผมส่งคุณกลับไปพักผ่อนก่อนไหมครับ?”
เย่ฉางหมิ่นโกรธจนกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ มองมาที่เฉินจื๋อข่ายพร้อมกับพูดเสียงเย็นว่า “จัดการเก็บนังคนชั้นต่ำสามคนนี้ซะ!”
พูดจบ ก็ยื่นมือออกไปฟาดลงบนใบหน้าของลิลี่อีกครั้ง จากนั้นถึงได้เดินจากไปอย่างผ่าเผย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...