นายหญิงใหญ่เซียวตามแบบฉบับต้องการขอความช่วยเหลือจากคนก็จะไปหาสู่ ไม่ต้องการความช่วยก็ไม่สนใจคนอื่น
ตอนนั้นอยู่ที่สถานที่กักขัง เธอต้องการให้จางกุ้ยเฟินสนับสนุนตัวเอง ดังนั้นในเวลานั้นก็เกรงอกเกรงใจจางกุ้ยเฟินเป็นอย่างมาก และก็ปฏิบัติต่อเธอเหมือนลูกสาวของตัวเอง
แต่ที่จริงแล้ว แต่เดิมเธอก็รังเกียจหญิงสาวชาวบ้านที่หยาบคายอย่างจางกุ้ยเฟินอยู่แล้ว
ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ออกจากสถานที่กักขัง เธอก็ลืมจางกุ้ยเฟินไปจนหมดสิ้น
สำหรับเธอ จางกุ้ยเฟินเป็นเพียงเครื่องมือที่ต้องใช้ในช่วงเวลาพิเศษเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาพิเศษนั้นผ่านไป เธอก็ไม่อยากที่จะพัวพันอะไรทั้งนั้นกับจางกุ้ยเฟินอีก
แต่ว่าคาดไม่ถึงจริงๆว่า จางกุ้ยเฟินจะปรากฏตัวอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างแปลกประหลาด!
จางกุ้ยเฟินก็คาดไม่ถึงว่า นายหญิงใหญ่จะไม่ยอมรับต่อเรื่องราวที่เคยทำเอาดื้อๆ
ในสายตาของเธอ ทั้งๆที่คุณนายผู้หญิงใหญ่เซียวเป็นคนประกันตัวพวกเราออกมา แล้วก็จัดเตรียมคนขับรถให้ไปรับพวกเรามาที่Tomson Riviera ยังป้อนลายนิ้วมือของพวกเราไว้ที่ประตู ทำไมในเวลานี้อยู่ๆก็ไม่ยอมรับแล้ว?
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ จางกุ้ยเฟินถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยว่า: “นายหญิงใหญ่ คุณเป็นอะไรน่ะ? เรื่องดีๆเหล่านั้นคุณเป็นทำ ทำไมถึงได้ไม่อยากที่จะยอมรับล่ะ?”
“นั่นนะสิ!”หลี่เยว่ฉินและต่งหยู้หลิงก็ทยอยเข้ามา และถามอย่างไม่เข้าใจว่า: “นายหญิงใหญ่ สิ่งเหล่านี้ทั้งๆที่คุณเป็นคนทำ ทำไมถึงได้ไม่ยอมรับ ทำไมถึงได้เป็นอย่างนี้?”
นายหญิงใหญ่เซียวถูกห้อมล้อมด้วยทั้งสามคน รู้สึกได้ถึงกลิ่นเหม็นที่ติดอยู่บนตัวของพวกเธอ รู้สึกว่าเวียนหัวอย่างฉับพลัน และทำให้เธอสำลักจนไอ
นายหญิงใหญ่เซียวโกรธจนตัวสั่นเทา และพูดด้วยความโกรธว่า: “ที่นี่คือบ้านของฉัน พวกแกบุกรุกเข้ามาฉันก็จะไม่เอาเรื่อง แต่ใครให้สิทธิ์พวกแก แบ่งห้องนอนของฉันเหรอ?! รีบออกไปซะ!”
ในเวลานี้เซียวเวยเวยรีบเข้ามา และพูดกระซิบว่า: “คุณย่า ตอนนี้พวกเราขาดกำลังคน ให้พวกเธอช่วยไม่ดีกว่าเหรอ รออาการของพ่อและพี่ชายดีขึ้นค่อยให้พวกเธอไป”
นายหญิงใหญ่เซียวโบกมือ และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า: “ขาดกำลังคนก็ให้พวกเธออยู่ที่นี่ไม่ได้ พวกเธอเหม็นจนสภาพทุเรศแบบนี้ ให้พวกเธออยู่ต่อไปหนึ่งนาทีก็จะลดอายุขัยของฉัน! อีกอย่าง ประธานอู๋ได้จัดเตรียมผู้ช่วยไว้ให้พวกเรา คงจะแข็งแกร่งกว่านังแก่ตัวเหม็นสามคนนี้ถึงหนึ่งหมื่นเท่าอย่างแน่นอน!”
พูดแล้ว เธอก็มองไปทางจางกุ้ยเฟินและพูดอย่างเฉียบขาด: “พวกเธอสามคน รีบไสหัวออกไปซะ!”
จางกุ้ยเฟินตกตะลึงจนตาค้างในทันที!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...