เพื่อไม่ให้เป็นการละเลยแขก เย่เฉินเชิญทุกคนเข้าสู่คฤหาสน์
ทุกคนก็รีบให้ลูกน้องที่ตามมา นำของขวัญที่เตรียมไว้เรียบร้อยหยิบออกมาจากภายในรถ จากนั้นก็เห็นคนจำนวนอย่างน้อยยี่สิบสามสิบคน หอบกล่องของขวัญระดับไฮเอนด์ต่างๆนาๆ ต่อแถวเดินเข้าคฤหาสน์
บริเวณไม่ไกล นายหญิงใหญ่เซียวที่คฤหาสน์A04 มองดูจนตาค้าง ปากเอ่ยพึมพำว่า “ฉากนี้ เป็นการส่งมอบของขวัญธรรมดาที่ไหนกัน?,นี่เรียกได้ว่าก็คือลักษณะของขุนนางในแต่ละท้องที่สมัยโบราณต่อแถวส่งเครื่องบรรณาการไปถวายแด่ฮ่องเต้ชัดๆ!”
เฉียนหงเย่นในใจจะให้ทุกข์ใจแค่ไหนก็ทุกข์ใจเท่านั้น เอ่ยปากว่า “คนกลุ่มนี้ล้วนเป็นคนใหญ่คนโตที่ถึงไม่มีเงินก็เป็นชนชั้นสูง ของขวัญที่พวกเขาส่งมอบ บวกเข้าด้วยกันไม่ได้รับเป็นหนึ่งร้อยล้านแล้ว?”
เซียวเวยเวยพึมพำด้วยดวงตาที่แดงก่ำ “หนึ่งร้อยล้านเกรงว่าก็ยังต้านไม่ไหว หวังเจิ้งกางมอบคฤหาสน์หลังหนึ่งเพียงแค่อย่างเดียว ก็จ่ายไปหลายร้อนล้าน…”
“เฮ้อ...” นายหญิงใหญ่เซียวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเจ็บปวดอย่างหาใดเปรียบ “ฉันไม่ไหวแล้ว มองดูไม่ไหวแล้ว ดูต่อไปฉันจะต้องโรคหัวใจกำเริบ…”
พูดจบ ก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้อง
เฉียนหงเย่นเอ่ยขึ้นอย่างโมโหเคียดแค้น “ฉันมองดูก็เวียนหัวมากเหมือนกัน เฮ้อ”
เซียวเวยเวยไม่พูดอะไร มองเห็นหวังเหวินเฟยตามหวังเจิ้งกางเข้าไปในคฤหาสน์ของบ้านเย่เฉิน ในใจก็ยิ่งทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก
เซียวไห่หลงในเวลานี้นอนโหยหวนอยู่บนเตียงว่า “แม่…ย่า…หากไม่ทำของกินอะไรหน่อยเข้ามาอีก ผมก็จะหิวตายแล้ว…พวกท่านจะมองดูผมผู้ได้รับบาดเจ็บคนนี้นอนหิวอยู่บนเตียงไม่ได้นะ ลูกน้องของอู๋ตงไห่ไม่ได้ซ้อมผมกับพ่อให้ตาย นี่อีกไม่นานพวกเราสองคนก็จะหิวตายอยู่ภายในบ้านแล้ว!”
นายหญิงใหญ่เซียวรีบร้อนเอ่ยว่า “เวยเวย เธอไม่ได้บอกว่าวันนี้จะออกไปหางานหรอ รีบออกไปดูสิ!”
พูดจบ ก็จ้องเขม็งไปที่เฉียนหงเย่น โพล่งปากดุด่าเสียงดังออกมาว่า “เฉียนหงเย่น!เธอก็ต้องไปหางานหาเลี้ยงครอบครัว!”
เฉียนหงเย่นพยักหน้า เอ่ยขึ้นอย่างแนบไปด้วยความโมโหเล็กน้อยว่า “ฉันไปได้ แต่ว่าบ้านนี้น่ะจะเลี้ยงคนว่างงานเอาไว้ไม่ได้ ฉันไปแม่ก็ต้องไป!”
เฉียนหงเย่นเอ่ย “ดูแลพวกเขาสองพ่อลูก แม่ก็ยิ่งไม่เหมาะสมแล้ว เขาสองคนตอนนี้อัมพาตอยู่บนเตียง แม่แม้แต่แรงจะพลิกตัวให้พวกเขาก็ยังไม่มี เหลือไว้ที่นี่มีประโยชน์อะไร?”
ในขณะที่พูด เฉียนหงเย่นหันไปทางเซียวเวยเวย เอ่ยปากว่า “เวยเวย ไม่อย่างนั้นลูอยู่ที่นี่ดูแลพ่อกับพี่ชาย แม่กับย่าแกออกไปหางาน”
เซียวเวยเวยพยักหน้าเบาๆ “ค่ะ...”
...
เวลานี้ ในบ้านเย่เฉิน
หม่าหลันที่ขาขวาใส่เฝือก ได้ถูกภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ตกตะลึงจนตาค้าง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...