ทางด้านอิโตะ นานาโกะเพิ่งกลับมาที่โตเกียว
ไม่กี่วันก่อน เธอไปอยู่กับคุณพ่อที่เกียวโตสองสามวัน เพื่อให้คุณพ่อผ่อนคลายความเครียด เนื่องจากปัญหาในบริษัทมีมากมาย ดังนั้นเธอจึงอยู่ด้วยสามวันแล้วถึงกลับมาที่โตเกียว
เมื่อได้รับสายจากเย่เฉิน อิโตะ นานาโกะจึงรู้สึกประหลาดใจ เพราะถึงยังไงเวลาที่โตเกียวก็เร็วกว่าที่จีนหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้ที่จีนเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่า ที่โตเกียวก็ห้าทุ่มแล้ว
ดังนั้น อิโตะ นานาโกะจึงเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นปนประหลาดใจว่า “เย่เฉินซัง ทำไมคุณโทรมาดึกขนาดนี้ล่ะ?”
เสียงของเย่เฉินเอ่ยถามอย่างร้อนใจว่า “นานาโกะ ตอนนี้คุณอยู่ที่โตเกียวหรือเปล่า?”
“อยู่ค่ะ” อิโตะ นานาโกะเอ่ยพูด “ฉันกับท่านพ่อเพิ่งกลับมาวันนี้ เย่เฉินซัง เสียงของคุณฟังดูรีบๆนะ มีอะไรหรือเปล่า?”
เย่เฉินพูดว่า “เพื่อนของผมจู่ๆก็หายตัวไปที่โตเกียว ข้อความสุดท้ายที่เธอส่งมาหาผม เหมือนกำลังเจอเรื่องไม่ดี แต่ว่าผมไม่สามารถติดต่อเธอได้เลย ดังนั้นเลยอยากรบกวนคุณส่งคนไปสืบให้หน่อย ว่าคืนนี้เธอออกไปไหนกันแน่”
เมื่ออิโตะ นานาโกะได้ยินแบบนี้ ก็รีบพูดขึ้นมาว่า “ได้เลยเย่เฉินซัง! คุณบอกข้อมูลคร่าวๆมาได้เลย ฉันจะเตรียมคนไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้! อิทธิพลของตระกูลอิโตะในโตเกียวไม่มีใครสู้ได้ ขอแค่ยืนยันได้ว่าเธอหายตัวไปที่โตเกียว ฉันก็หาตัวเธอเจอแน่ๆ!”
“โอเค!” เย่เฉินรีบส่งข้อมูลส่วนตัวของซ่งหวั่นถิง ข้อมูลของโรงแรมที่เธอเข้าพัก รวมไปถึงเวลาที่เธอออกไปจากโรงแรมไปให้อิโตะ นานาโกะ จากนั้นก็เอ่ยกำชับว่า “นานาโกะ รบกวนคุณส่งคนไปตรวจสอบภาพในกล้องวงจรปิดให้ครบทุกตัวด้วย ดูว่าเธอขึ้นรถคันไหนไป และคันนั้นพาเธอขับไปที่ไหน”
“ได้เลยเย่เฉินซัง!” อิโตะ นานาโกะเองก็ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เอ่ยพูดขึ้นมาว่า “ฉันจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!”
ตั้งแต่ที่บริษัทของตระกูลมัตสีโมโตะปิดตัว และตระกูลทากาฮาชิถูกโจมตีอย่างหนัก อิทธิพลของตระกูลอิโตะในโตเกียวก็แข็งแกร่งขึ้นโดยปริยาย
ซ่งหวั่นถิงเดินอยู่ในป่ารกทึบเพียงคนเดียวลำพังอย่างระมัดระวัง
เหวแห่งนี้ลึกถึงร้อยเมตร ไม่เพียงแค่มีต้นไม้และพืชพรรณต่างๆเกิดขึ้นมาอย่างหนาแน่น ซ้ำยังเป็นไหล่เขาสูง ดังนั้นมือถือจึงไม่มีสัญญาณเลยแม้แต่ขีดเดียว
ซ่งหวั่นถิงในตอนนี้ คิดอยู่แค่อย่างเดียวว่า :ต้องมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ ทันทีที่โทรศัพท์มีสัญญาณ จะรีบโทรหาเย่เฉินให้มาช่วยทันที
เธอเดินอยู่ท่ามกลางป่าไม้อย่างยากลำบาก ในใจก็พึมพำขึ้นมาว่า “เรื่องวันนี้ต้องมีคนตั้งใจวางแผนลอบฆ่าฉันแน่ๆ ถ้าให้พวกเขารู้ว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ แบบนั้นฉันคงไม่มีชีวิตรอดจากญี่ปุ่นแน่ๆ!”
ขณะเดียวกัน จิตใต้สำนึกของเธอก็กู่ก้องออกมาว่า “ตอนนี้ นอกจากอาจารย์เย่ ก็ไม่มีใครช่วยฉันได้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...