ดังนั้น แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ที่เมืองจินหลิง ก็ยังคงได้รับโทรศัพท์ที่ซ่งเทียนหมิงโทรมา
พอดีกับ ที่ในเวลานี้เครื่องบินได้ลงจอดใกล้เคียงกับซ่งซื่อกรุ๊ป
เมื่อเย่เฉินได้ยินเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ในกระเป๋าของฮาชิโมโตะ ชินคิจิ ยื่นมือหยิบออกมาดู ก็เห็นตัวอักษรซ่งเทียนหมิงสามคำใหญ่เขียนอยู่บนนั้น
เมื่อคนประเทศญี่ปุ่นตั้งชื่อคน แทบจะใช้อักษรจีนกันทั้งหมด ดังนั้นตอนที่พวกเขาบันทึกชื่อของคนจีน ก็ใช้อักษรจีนเหมือนกัน
เมื่อเย่เฉินเห็นสายที่ซ่งเทียนหมิงโทรมา ก็เอ่ยปากพูดกับฮาชิโมโตะ ชินคิจิว่า: “อยากมีชีวิตอยู่ก็เชื่อฟังดีๆ ไม่อย่างนั้นวันนี้ก็จะส่งแกตรงไปที่คอกเลี้ยงสุนัข สับละเอียดให้อาหารสุนัข เข้าใจมั้ย?”
ฮาชิโมโตะ ชินคิจิพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง และพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยการวิงวอนว่า: “ตราบใดที่คุณสามารถไว้ชีวิตสุนัขอย่างผมได้ ไม่ว่าคุณจะให้ผมทำอะไร ผมก็จะทำตามอย่างว่าง่าย…”
เย่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า: “รับสายของซ่งเทียนหมิง ถ้าเขาถามสถานการณ์ช่วงนี้ของแก แกก็ต้องบอกเขาว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีมาก ยิ่งไปกว่านั้นจะต้องทำให้เขารู้ว่า แกยังอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น”
ฮาชิโมโตะ ชินคิจิพยักหน้ารัวๆในทันที
เมื่อเย่เฉินเห็นท่าทางนี้ของเขา ก็รู้ว่าเขาไม่มีความกล้า หลอกลวงตัวเอง ดังนั้นก็ยื่นโทรศัพท์ให้เขา และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า: “รับสายเดี๋ยวนี้!”
ฮาชิโมโตะ ชินคิจิไม่กล้าชักช้า หลังจากที่รับโทรศัพท์มาก็กดรับสายในทันที
ทันทีที่รับสาย ทางด้านซ่งเทียนหมิงนั้นสามารถได้ยินเสียงปลายสายอย่างชัดเจนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาพูดด้วยความทอดถอนหายใจว่า: “โธ่เอ๊ย…คุณฮาชิโมโตะ คุณกำลังทำอะไรอยู่? ทำไมนานขนาดก็ยังไม่รับสาย?”
ฮาชิโมโตะ ชินคิจิรีบทำตามคำสั่งการของเย่เฉิน และเอ่ยปากพูดว่า: “ผมกำลังประชุมอยู่ ตอนนี้ออกจากห้องประชุมมารับสายของนาย คุณมีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
ฮาชิโมโตะ ชินคิจิก็พูดไปตามสถานการณ์ว่า: “คุณซ่งก็ไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้ คุณไปทำธุระก่อนเถอะ ที่เหลือเจอกันค่อยว่ากัน!”
“ได้!”
ที่นี่ ซ่งเทียนหมิงวางสาย ก็มองไปทางซ่งหรงวี่ด้วยความตื่นเต้นยากที่จะซ่อนเร้น และพูดด้วยความตื่นเต้นว่า: “ฮาชิโมโตะบอกว่า ทางด้านกรมตำรวจนครบาลประเทศญี่ปุ่นนั้นกำลังจะถอนกำลังตำรวจแล้ว ดูเหมือนว่าหาเบาะแสอะไรไม่ได้สักที”
ซ่งหรงวี่พูดด้วยความตื่นเต้นว่า: “งั้นก็ดีมากจริงๆ! ตราบใดที่พวกเขาล้มเลิกการค้นหา งั้นเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้!”
ซ่งเทียนหมิงหัวเราะ ลุกขึ้นมา และพูดฮึกห้าวเหิมหาญอย่างเด็ดขาดว่า : “ไป ลงไปงานแถลงข่าวกัน! ทันทีที่มีงานแถลงข่าวขึ้นมา ฉันก็จะเป็นประธานของซ่งซื่อกรุ๊ปแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...