เย่เฉินออกจากโรงแรม แล้วขับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของตนเอง เพื่อมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านจูเจียงลี่อิ่ง
ชุมชนนี้เพิ่งเปิดใหม่ และช่วงนี้ได้มีการทำโฆษณาส่งเสริมการขายทุกที่ในเมืองจินหลิง ทำให้เย่เฉินได้ยินเรื่องนี้เช่นกัน
หากเป็นหลายปีก่อน ชุมชนที่เพิ่งเปิดใหม่จะถูกขายหมดในระยะเวลาอันสั้นโดยพลเมืองและนักเก็งกำไร
อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ ธุรกิจนายหน้าขายที่ดินอสังหาริมทรัพย์ไม่ค่อยดี ทำให้ชุมชนใหม่จำนวนมากกำลังประสบกับการขายที่ล่าช้า นักพัฒนาที่ดินเหล่านั้นจึงทำทุกอย่างเพื่อส่งเสริมการขาย
เดิมเซียวเวยเวยต้องการสมัครเป็นพนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ แต่เนื่องจากเงินเดือนนั้นจะจ่ายเป็นเดือน ดังนั้นเมื่อไม่ได้สิ่งที่ดีที่สุด ก็ยอมลดระดับมาเอาสิ่งที่ดีรองลงมา เธอจึงไปทำงานเป็นพริตตี้ชั่วคราวของบริษัทโมเดลลิ่ง
พูดตรง ๆ บริษัทโมเดลลิ่งนั้นเป็นบริษัทคนกลาง
เช่นเดียวกับบริษัทที่เป็นตัวกลาง พวกเขาเซ็นสัญญากับผู้หญิงจำนวนมากที่ต้องการเป็นพริตตี้ จากนั้นจึงกำหนดราคาที่แตกต่างกันตามรูปร่างหน้าตาภายนอกที่แตกต่างกันของผู้หญิงแต่ละคน จากนั้นจึงนำข้อมูลของผู้หญิงเหล่านี้ไปให้กับฝ่ายเอ
เช่น เมื่อสโมสรเปิดกิจการเพื่อเฉลิมฉลอง ต้องการผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดี งามสง่าจำนวน 20 คนไปทำงานอยู่ในงาน พวกเขาจะติดต่อกับบริษัทโมเดลลิ่งโดยตรง
บริษัทโมเดลลิ่งจะถ่ายรูปโปรไฟล์ของพริตตี้ และให้ฝ่ายเอเลือก หลังจากเลือกแล้วก็ตกลงราคากัน จากนั้นจะกำหนดการและเวลาให้พริตตี้
โดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายที่ฝ่ายเอจะให้บริษัทโมเดลลิ่งคือสี่ร้อยถึงแปดร้อยหยวนต่อวันสำหรับพริตตี้หนึ่งคน
ตอนนี้เป็นเดือนมกราคม อุณหภูมิจึงต่ำมาก ชุดที่เธอใส่นั้นค่อนข้างบาง หลังจากยืนอยู่หน้าประตูไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ตัวเธอก็แข็งเนื่องจากความหนาวเย็น
อย่างไรก็ตาม เพื่อหารายได้ เธอไม่กล้าที่จะแสดงอารมณ์ใด ๆ เธอทำได้เพียงกัดฟันและยืนกรานต่อไป
เวลานี้ เธอยืนอยู่ที่ประตูนานกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว เธอตัวสั่นเพราะความหนาวเย็น ใบหน้าซีด ริมฝีปากเขียว แต่ยังคงฝืนยิ้มตามแบบฉบับของพริตตี้ ยังคงกล่าวสวัสดีทักทายและโค้งคำนับลูกค้าทุกคนที่เข้ามาในสำนักงานขาย
ขณะนี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อโค้ทขนมิงค์ออกมาจากสำนักงานขายและกล่าวกับเซียวเวยเวยว่า “เวยเวย วันนี้ประธานหลิวสั่งว่าพนักงานพริตตี้ทุกคนต้องลงนามในข้อตกลงรับประกันพิเศษกับบริษัท ประจวบเหมาะตอนนี้ไม่มีลูกค้า คุณตามฉันเข้าไปเซ็นสัญญาก่อน”
ผู้หญิงคนนี้ชื่อเฉินเสี่ยวเฟย เป็นหัวหน้าผู้ดูแลนอกสถานที่ของบริษัทโมเดลลิ่งของเซียวเวยเวย และเป็นรองผู้บังคับบัญชาของบริษัท

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...